ปุจฉา เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดเนี่ยมันต่างกันอย่างไง?

ก. ความยาวคลื่น

ข. แอมพลิจูด

ค. ความถี่คลื่น

ง. หน้าตาคนเล่น


เฉลย อย่างรวดเร็ว ข้อ ค ครับตอบง่ายๆเลยครับ ว่ามันเป็นเรื่องของความถี่เสียง ครับ เครื่องดนตรีแต่ละชนิดจะมีช่วงความถี่เป็นของตัวเอง

 

ความถี่ นั้นถ้าอธิบายทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ว่ามันคือ ปริมาณที่บ่งบอกจำนวนครั้งของสิ่งที่เราสนใจในหนึ่งหน่วยเวลา ซึ่งถ้าในทางวิชาคณิตศาสตร์ก็มีการใช้ความถี่ในการเก้บข้อมูลเหมือนกัน get ไหม

แต่ถ้าในการศึกษาเกี่ยวกับเสียงแล้ว เราจะถือว่าเสียงนั้นมีพฤติกรรมเป็นคลื่น ซึ่งเจ้าพฤติกรรมแบบคลื่นนี้ จะมีความแตกต่างไปจากพฤติกรรมแบบอนุภาค เพราะสมบัติของคลื่นจะมี 4 แบบ คือ

 

1. สมบัติการสะท้อน(Reflection)

เช่น การที่เราไปตะโกนด่าใครที่หน้าผา แล้วก็จะมีเสียงสะท้อนกลับมา เช่น หล่อจังเว้ยยย ก็จะมีเสียงสะท้อนกลับมาว่า หล่อจังเว้ยย เว้ยๆๆๆๆ

2. สมบัติหักเห(Refraction)

สมบัติการหักเหต้องมีตัวกลางต่างชนิดกันมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งการหักเหจะทำให้คลื่นเดินทางบิดเบี้ยว หรือแตกต่างไปจากมุมตอนแรกครับ

และสมบัติที่เพิ่มมาที่อนุภาคไม่มีคือ

3. สมบัติการเลี้ยวเบน(Interference)

ส่วนการเลี้ยวเบนนั้นยกตัวอย่างได้ง่ายมากเลย เช่นเรายืนบ่นในห้องคนเดียว แต่คนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของผนังห้องได้ยิืน นั่นคือสมบัติการเลี้ยวเบนครับ

4. สมบัติการแทรกสอด(Diffraction)

สำหรับตัวนี้ขอใช้ทฤษฎีแสงอธิบายละกัน เช่น เวลาเอาไฟฉาย2กระบอกไปส่อง เราจะพบลำแสงนั้นมันสามารถที่จะทับที่กันได้ นั่นคือสมบัติการแทรกสอดครับ ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีสมบัตินี้ เวลาเราส่องไฟไปจุดหนึ่งแทนที่มันจะแทรกสอดกันก็จะเกิดการสะท้อนแทน เข้าใจบ่...

 

นอกเรื่องไปเยอะน่าดู กลับมาเข้าเรื่องตามหัวเรื่องที่ผมจั่วหัวไปละกัน อธิบายหน่วยก่อนนะ Hz คือ ช่วงรอบต่อวินาทีนะครับ เค้าตั้งชื่อหน่วยเป็นเกียรติให้กับมิสเตอร์ Heinrich Hertz

มนุษย์เรามีความสามารถที่จะได้รับยินเสียงในช่วงคลื่นตั้งแต่ 20Hz - 20,000Hz และหลายคนอาจจะไม่ทราบด้วยว่าเด็กทารกสามารถที่จะได้ยินเสียงในความถี่ที่สูงเกินกว่า 20,000Hz ด้วย ในขณะที่สัตว์หลายชนิดเช่น ค้าวคาว ปลาวาฬ(ไม่อยากใช้คำว่าปลาวาฬเลย เพราะมันไม่ใช่ปลา) โลมา สามารถที่จะสัมผัสความถี่ได้สูงถึง 150,000 Hz ด้วยซ้ำ

เครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็มีช่วงความถี่เฉพาะตัว ดูรูปนี้แล้วกันครับ

 

เราจะเห็นว่ามันมีความมีความสัมพันธ์กันระหว่างความทุ้มของเสียง กับ ความถี่ ใช่ไหม ดูอีกรูป

 

ตัวเลขคือค่าความถี่ครับ พวกเครื่องให้จังหวะส่วนใหญ่จะมีความถี่ต่ำ เช่น กลอง เบส

สมมติว่า เครื่องดนตรี 2 ชิ้นเล่นคีย์ตัวเดียวกัน ที่ความถี่เดียวกันเช่น เปียโน กับไวโอลิน ทำไมหูมนุษย์ถึงแยกได้ว่ามันต่างกัน สาเหตุเพราะว่า โอเวอร์โทน(overtone)ของคลื่นไม่เท่ากันครับ ( ผมใช้คำว่า overtone เพราะว่ามันกว้างกว่าที่จะบอกว่า Harmonic มันคนละแบบ)

 

ปัจจุบันนี้มันมีโปรแกรมที่เขาไว้ใช้ในการจูนเสียงกีตาร์ กับ เปียโนให้โหลดใช้กันฟรีๆ เยอะ ซึ่งตัวโนตแต่ละตัวไม่ว่า โด เรมี ฟา ซอล ลา ซี จะมีค่าความถี่เฉพาะตัวครับ ดังนั้นหลักการเขียนโปรแกรมพวกนี้ก็คือจะทำการเทียบความถี่เสียง กับที่หูได้ยินนั่นเองครับ มาดูค่าความถี่มาตรฐานของโนตแต่ละตัว

Frequencies of some musical notes

Note Frequency Note Frequency
C 262 F#/Gb 370
C#/Db 277 G 392
D 294 G#/Ab 415
D#/Eb 311 A 440
E 330 A#/Bb 466
F 349 B 495
นี่แค่ช่วงเดียวนะครับ ถ้าเราไปกดคีย์ โด กลาง สูง ต่ำ ความถี่ก็จะแตกต่างไปเช่นกัน แต่ว่า มันมีสูตรในการคำนวณผมจะยกตัวอย่างโนต โด คือ 262 * 2n เมื่อ n เป็นผลต่างค่า octave ครับ เป็นจำนวนเต็มตั้งแต่0....ถึง nค่า

ที่มา

http://en.wikipedia.org/wiki/Wave

http://library.thinkquest.org/18160/frequency.htm

http://homepage.ntu.edu.tw/~karchung/phonetics%20II%20page%20eight.htm

 

ไม่เข้าใจ ทำไง.. ทำเนียนดิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่าสนใจ big smile

#1 By chubbyhole on 2007-10-24 02:47

ชอบเสียงเปียโนค่ะ คงเพราะมีเสียงครบถ้วน เล่นทุกๆ เพลงในโลกนี้ได้อย่างไพเราะ

อยากได้ข้อมูลแบบนี้ของดนตรีไทยบ้างจังค่ะsurprised smile

#2 By p-i-e on 2007-10-24 03:03

น่าจะใช้ด้วยกันได้นะ ดนตรีไทยมีโนต 7 ตัวเอง

#3 By palermos on 2007-10-24 03:19

ถ้าประมาณเอาคงพอได้ค่ะ
พายอยากเห็นว่าแต่ละเครื่องจะอยู่ตรง range ไหนเพราะดนตรีไทยตั้งเสียงไม่เท่าดนตรีสากลเลยสงสัยเล่นๆ ค่ะ

ปล. นอนไม่หลับแต่อ่านๆ ไปชักจะง่วงแล้ว
ลาไปนอนตรงนี้ล่ะนะ ฝันดีค่ะคุณ palermosbig smile

#4 By p-i-e on 2007-10-24 03:58

อ้าว ไม่ใช่หน้าตาคนเล่นหรอกหรือเนี่ย confused smile
งี้เราก็เข้าใจผิดตลอดอะดิ

#5 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2007-10-24 09:38

สงสัยต้องทำเนียนต่อไป
น่าสนใจมากพี่ชีพเปอร์

ทั้งที่เล่นคีย์เดียวกัน แต่ก็คนละเสียงกัน เอ๊ะยังไง!!

ก็มันคนละเครื่องเล่น โทนเสียงมันเลยต่ากันมั้ง

เอาเป็นว่าเข้าใจนะแต่อธิบายไม่ถูก


ปล.อันที่ถามน่ะ กะจะตอบว่าหน้าตาคนเล่นนะเนี่ย
question

#7 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2007-10-24 12:03

มิน่าละครับ
เค้าถึงคิดว่าหมาเห็นผี แล้วเด็กก็เห็นผีได้
เพราะว่าเด็กและหมาสามารถรับคลื่นในช่วงที่กว้างกว่าคน (ผู้ใหญ่ เด็กโต แล คนชรา )
เวลา หมาหอน เด็กเก๊าะเลย ร้องไห้ เพราะได้ยินคลื่นช่วงเดียวกับหมา (น่าจะเกี่ยวกันมั้ยครับ ผมว่าน่าจะเกี่ยวนะ...) พี่ท่านว่าไง แถลงด้วยครับ หุหุ

ขอบคุณครับ ได้ความรู้มาฝากอีกละ

#8 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-24 12:33

ทำเนียน .. ฮ่ะๆ

ตอนแรกที่ถามกะจะตอบ ง.งู ซะแล้ว ฮ่ะๆ
เข้าใจสมบัติการสะท้อนอย่างเดียว
(ไม่ว่าเรียนกี่ปีๆก็เข้าใจอยู่แค่อย่างเดียว sad smile)

55

#9 By ..the allmost.. on 2007-10-24 12:34

เสียง คาลิเน็ตใกล้เคียงกับเสียง ฟลุต เลยแหะ

ยิ่งเสียงสูง ความถี่ยิ่งเยอะรึเปล่าคะ ?

(เจ้าของบล็อก : แกอ่านรึเปล่าเนี่ย)

#10 By เฟเน่จัง© on 2007-10-24 13:07

http://i225.photobucket.com/albums/dd11/beingdesign/SJeonJi-Hyun05.jpg

ไม่รู้มีรึยัง เห็น Host เก่ามันเจ๊งแล้ว เผื่อพี่ยังไม่มี บีว่ารูปนี้สวยอ๊ะ

#11 By ::..BeinG..*3*..BloG..:: on 2007-10-24 13:52