• ใช้ไฟร์ฟอกซ์กันเถอะ
  • คำแนะนำ24ข้อที่บล็อกเกอร์ควรรู้

 

 

เมื่อบ่ายไปเดินเล่นห้างกับน้อง.. พอดีผมก็เข้าไปยังร้านขายพวกสินค้าจำพวก อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ของยี่ห้อหนึ่งเข้าไปสะดุดตากับคำว่า อาหารเสริมเพิ่มคลอโรฟิลล์ เลยลองสอบสอบถามพริตตี้ที่ขายอยู่ ได้ความว่าจะไปบำรุงเลือด ขับสารพิษ เพิ่มภูมิต้านทาน.. แล้วก็ที่สำคัญอยู่ในโปรโมชันนะค่ะ ซื้อ2แถม1 (บ้าๆๆ กระปุกนึง 700 ซื้อ2กระปุกก็จนสิ) นอกจากนั้นก็ยังมี คอลลาเจน แล้วก็ ไวตามินซีสกัด

พวกคุณรู้จักคลอโรฟิลล์กันดีไหมครับ ใครๆ ก็ทราบดีว่ามันเป็นรงควัตถุในพืช เด็กป.4 ก็ตอบได้ว่ามันมีหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง แต่มนุษย์เราจะสังเคราะห์แสงไปทำไมละครับ ให้ดูโครงสร้างคลอโรฟิลล์บะเร้อเทิ่ม แบบนี้

เป็นวงๆแบบนี้ เอ่อ คลอโรฟีลล์มันไม่ละลายน้ำ นะครับ แล้วจะไปชงใส่น้ำกินได้ยังไง มันละลายในตัวละลายอินทรีย์เช่น แอลกอฮอล์ อะซีโตน เป็นต้น ผมเคยทำแลปสกัดคลอโรฟีลล์ด้วยนะ ใช้อะซีโตนสกัดเอาครับ อะซีโตนเด็ก ม.ปลายที่เรียนเคมีอินทรีย์์มาจะรู้ดีว่ามันคือ น้ำยาล้างเล็บ เหม็นมากๆ

แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็มีความสะเหร่อ(มั้ง) ไปเอาโลหะทองแดง Cu ที่อยู่ตรงกลางวงออก แล้วก็ใส่ Mg ลงไปแทน เพื่อช่วยให้การละลายดีขึ้น สามารถละลายในน้ำได้ ซึ่งผมว่าที่เขาขายน่าจะเป็นตัวนี้มากกว่า

ใช่ ครับ มันคือ Chlorophyllin อ่านว่า คลอโรไฟลิน แล้วก็มาบอกชาวบ้านว่า คลอโรฟิลล์ มันคนละตัวกัน

นี่คือโครงสร้างของเจ้า Chlorophyllin เจ้าสารตัวนี้มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ประสิทธิภาพพอๆ กับ เรตินอล, เบต้า-แคโรทีน, ไวตามินซี และ ไวตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์ต้านทานสารก่อกลายพันธุ์ประเภท chromium, chlordane, รังสีเอกซ์ ethidium bromide styrene oxide อันเป็นธรรมชาติของสารพวกนี้อยู่แล้ว

ส่วนสมบัติในการช่วยขับถ่าย เจ้าคลอโรฟีลล์รวมไปทั้งคลอโรไฟลิน ไม่มีส่วนช่วยโดยเด็ดขาด เพราะว่า... มันไม่ได้อยู่ในร่างแห แบบไฟเบอร์ ภาษาไทยคือ เส้นใยอาหาร คือ ถ้าเราทานผักผลไม้เป็นประจำปกติ ก็จะได้รับไฟเบอร์เป็นปกติอยู่แล้วครับ อีกอย่างคือ เราไม่มีเอนไซม์ไปแตกโมเลกุลพวกนี้ ถ้าเขาบอกว่าร่างกายเราดูดซึมได้... ถ้าจริงป่านนี้คนที่กินของพวกนี้ไป ตัวเขียวกันหมดแล้วครับ

แล้วผมไปเจอเวบนึงบรรยายสรรพคุณว่าคล้ายเลือดคน เลือดคนเรานั้นมีองค์ประกอบที่เรียกว่า Heme อ่านว่า ฮีม ซึ่ง...........มีความคล้ายกับคลอโรฟีลล์ตรงที่มีวงพอร์ไฟรีนเท่านั้นแหละ วงพอร์ไฟรีน คือ วงตรงกลาง

 

ให้ดูโครงสร้างของ ฮีม นะ มันเป็นแบบนี้ นิวเคลียสตรงกลางคือ เหล็กอย่างที่เราเคยเรียนกันนี่แหละครับ โครงสร้างแบบนี้ไง ที่ช่วยจับออกซิเจนในกระแสเลือด....

 

ปิดท้ายเอนทรี่นี้ ผมไปอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเจ้า Chlorophyllin ที่เค้าว่าดีนักหนาของ อย. อเมริกา (USFDA) ฟันธงครับว่ามันไม่ได้มาจากธรรมชาติ ต้องได้มาจากการสังเคราัะห์ทางเคมีเท่านั้น

ขอแปะลงเลยละกัน อ่านดีๆ

---------------------------------------------------------------------------------------------

Sec.73.125 Sodium copper chlorophyllin

a) Identify

 

(1) The color additive sodium copper chlorophyllin is a green to black powder prepared from chlorophyll by saponification and replacement of magnesium by copper. Chlorophyll is extracted from alfalfa sativa using any one or a combination of the solvents acetone, ethanol, and hexane. แปลจากที่ขีดให้อ่าน...เตรียมจากคลอโรฟิลล์ด้วยปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน หรือ ปฏิกิริยาการแทนที่แมกนีเซียมด้วยโลหะทองแดง โดยที่คลอโรฟิลล์ต้องสกัดมาจากอัลฟาฟา (พืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง) โดยใช้ตัวทำละลายในกลุ่มอะซีโตน, เอทานอล และเฮกเซน

(2) Color additive mixtures made with sodium copper chlorophyllin may contain only those diluents that are suitable and are listed in this subpart as safe for use in color additive mixtures for coloring foods.

(b) Specifications Sodium copper chlorophyllin shall conform to the following specifications and shall be free from impurities other than those named to the extent that such impurities may be avoided by good manufacturing practice:

(1) Moisture, not more than 5.0 percent.

(2) Solvent residues (acetone, ethanol, and hexane), not more than 50 parts per million, singly or, in combination.ซากตัวทำละลายที่เหลือๆ อย่างในวงเล็บก้ อะซีโตน, เอทานอล และก็เฮกเซน

(3) Total copper, not less than 4 percent and not more than 6 percent.

(4) Free copper, not more than 200 parts per million.

(5) Lead (as Pb), not more than 10 parts per million. Lead คือ ตะกั่ว

(6) Arsenic (as As), not more than 3 parts per million. Arsenic คือ สารหนู

(7) Mercury (as Hg), not more than 0.5 part per million. Mercury คือ ปรอท

(8) Ratio of absorbance at 405 nanometers (nm) to absorbance at 630 nm, not less than 3.4 and not more than 3.9.

(9) Total copper chlorophyllins, not less than 95 percent of the sample dried at 100 deg. C for 1 hour.

 

(c) Uses and restrictions. Sodium copper chlorophyllin may be safely used to color citrus-based dry beverage mixes in an amount not exceeding 0.2 percent in the dry mix.

(d) Labeling requirements. The label of the color additive and any mixtures prepared therefrom shall conform to the requirements of 70.25 of this chapter.

(e) Exemption from certification. Certification of this color additive is not necessary for the protection of the public health, and therefore batches thereof are exempt from the certification requirements of section 721(c) of the act.

[67 FR 35431, May 20, 2002]

------------------------------------------------------------------------------------------

งงดิ ปรอท ตะกั่ว สารหนู มันมาจากไหน.........

ถามว่ามีความจำเป็นต้องซื้อไหม ผมว่ามันไม่จำเป็นต้องซื้อนะ สารต้านอนุมูลอิสระที่ราคาถูกหากินง่ายๆ ใกล้ตัวเราก็เยอะแยะ อย่างเช่น ไวตามินซีจากผลไม้ ไวตามินเอจากพืชผักสีเหลือง กินผักนอกจากจะได้ไวตามิน เกลือแร่ เส้นใยแล้ว ยังประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกอย่างตั้งเยอะ อีกอย่างการที่เรากินผักแทนที่จะไปซื้ออาหารเสริมแบบนั้นยังช่วยให้เราฉลาดขึ้นด้วยนะ คือ ไม่โง่ ซื้อของแพงมากินไงครับ

ส่วนคอลลาเจนนั้นเป็นโปรตีนที่พบได้ตามผิวหนัง เส้นเอ็นของสัตว์ ถ้ากินขาหมูก็จะได้คอลลาเจนมาด้วยนะ ซื้อกินทำไมให้แพง อีกอย่างเมื่อมันเป็นโปรตีน ทันทีที่ตกถึงกระเพาะมันก็ต้องถูกย่อยกลายด้วยน้ำย่อยในกระเพาะ จนสุดท้ายกลายเป็นกรดอะมิโน แล้วร่างกายก็ต้องไปสังเคราะห์เป็นโปรตีนในร่างกายเองอีก จนด้วยเกล้า... จบมันดื้อๆ แบบนี้แหละ

ที่มา

ข้อมูลวิชาการจากศูนย์การแพทย์นครราชสีมา

วิกิพีเดียเรื่อง คลอโรฟิลล์

วิกิพีเดียวเรื่อง ฮีม

ข้อกำหนดusfdaเรื่องคลอโรไฟลิน

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ โห ยาว จัง อิอิsad smile
แต่ กะ กิง มา เยอะ เหมือน กัง น้า
พวกอาหารเสริม อ่ะ หุหุ ตัว เขียว แระอิอิconfused smile
แวะ มา ทัก ทาย จ้าsurprised smile

#1 By warmness on 2007-10-26 20:06

คุณ palermos ท่าจะทำเอ็นทรี่ย์ยาวขึ้นเรื่อยๆ ระวังหยุดไม่อยู่นะคะ พายขออนุญาติแปะไว้ก่อน เดี๋ยวกลับมาอ่านค่ะ น่าอ่านแต่ต้องใช้เวลา ขอไปธุระข้างนอกแปปส์

ปล. ที่หายไปไปง่วนอยู่กับหนังสือที่ซื้อมาใหม่ อิอิอิ
ส่วน vdo ก็ทำค่ะ และคิดว่าจะทำเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
รู้สึกว่าไม่รุ่งอย่างแรง ดูไม่รู้เรื่องเลย ฮ่าๆๆsad smile

#2 By p-i-e on 2007-10-26 20:12

โห้
นึกว่าทำไมเมนต์ไม่ได้ เปลี่ยนธีมนิเอง
ง๊ามงาม แจ่มมากคับ

ผมไม่เคยซื้อกินหรอกอีแบบเนี๊ย
เพิ่งรู้ว่ามันแค่ของแหกตา เฮ้ออออออออ

#3 By ◄KAPOOK•KUN►MagisteR on 2007-10-26 20:31

เห็นโครงสร้างคลอโรฟิลล์กับฮีมแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเอง"เคย"เขียนได้(แค่เคยนะ)

เรื่องอาหารเสริมเขามีไว้สำหรับคนที่เขาขาดสารอาหารจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้ดูเหมือนซื้อกินเป็นกระแสนิยมมากกว่า
ยกตัวอย่างที่เคยได้ยินมา(ไม่มีการยืนยันว่าจริงรึเปล่า) ก็อย่างไฟเบอร์อัดแคปซูลจากต่างประเทศที่มาขายในไทย ช่วยแก้ท้องผูก-ถ่ายสะดวกได้ดีมาก จริงๆแล้วไฟเบอร์ของเขาเอามาจากเยื่อสับปะรดที่ผลิตแถวๆภูมิภาคเรานี่เอง

#4 By kororo on 2007-10-26 20:51

โห...ยากซ้าsad smile

#5 By SnowShoe =^-^= on 2007-10-26 21:25

ได้ความรู้มาก ๆ เรยค่ะ
เดี๋ยวนี้อาหารเสริมเยอะมาก ๆ
จนเริ่มงง ไม่รู้ว่าอะไรคืออะไรแล้ว

sad smile

#6 By Fein on 2007-10-26 22:09

อืม ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยค่ะ

เราว่าพวกอาหารเสริม บางตัวก็ดีจริงๆ

แต่บางตัวเหมือนโฆษณาเวอร์เกินไปหน่อยนะคะ

#7 By fA!NnEy on 2007-10-26 22:11

ยังไม่ได้เรียนลึกๆ แต่ผมก็รุ็พอเด็กๆ หึหึ
ก็มาคิด คนเรายังต้องการจะสังเคราะห์แสงอีกหรอ sad smile

#8 By หมีขั้วโลก™ on 2007-10-26 22:17

= =" กำแม่พึ่งซื้อมาให้กินเมื่อวันก่อน . . มีทั้งแบบน้ำแล้วก้อแบบเม็ด แม่ป๋มก้อซื้อมาหมดเลยอะ + กินไปแล้วเยอะเหมือนกัน เห็นมันช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ...เลยซัดสะ เป็นน้ำก้อหลายขวดอยู่งับ แต่มันอร่อยอะ เหมือนน้ำชาเลยเอิ๊กๆๆๆ (จะตายอยู่แล้วไม่เจียม *.* ผั๊ว~~)
.
แล้วป๋มจะอยู่ได้อีกนานไหมเนี่ย อ๊ากกกกก โฮกกกกก >O< ฝากดูแลบลอคด้วยอ๊ากกกกก
.
.
ปล. จะลดปริมาณลงงับ
ปปล. นั้นโดนว่า โง่อีกเรา = O=
ปปปล. ขอบคุณงับที่ให้ป๋มฉลาดขึ้น

#9 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-26 22:19

จิง จาต้องเสียตังซื้ออาหารเสริมทำไม
ถ้าเรากินอาหารถูกต้องครบหมู่อยู่แล้ว
^ TT^TT โดนใจ

#11 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-26 23:29

ไม่เคยกิน อายุแค่นี้กินทำไม (ซะงั้น)

แต่ก็อย่างที่ว่าค่ะ ผักผลไม้ เนื้อ 5 5 5 + ดีๆ อร่อย

ขอบคุงสำหรับข้อมูลนะค่ะ ได้ความรู้ดีจัง คิคิ

#12 By ONKEY on 2007-10-27 00:23

ผมก็งงครับ เพราะพ่อผมซื้อมากิน ผมก็ถามพ่อแล้วว่ากินแล้วได้อะไร
งงเหมือนกันนะครับ เหอะๆๆ
เพระาคนเรากินเข้าไป แล้วร่างกายเราแสงผ่านไม่ได้ซะหน่อย
เพราะที่รู้คือคลอโรฟิลล์จะเข้าสู่สภาวะ excite state ก็ต่อเมือ่มีพลังงานแสงเข้ามากระตุ้น ทำให้มีการถ่ายทอด e-
แต่ในร่างกายคนเรา พอกินไปแล้ว จะเอาแสงที่ไหน(ฟระ) มาทำให้คลอโรฟิลล์ทำงาน เหอะๆๆ
ก็งงอะ่ดิคับ หะๆๆๆ

อะไรกันเนี้ย

ปรอท ตะกั่ว สารหน

#14 By My Goddy on 2007-10-27 01:32


พื่

เพื่อนนำมาบังคับขายให้จำใจตอ้งรับไว้แต่ดีใจที่ยังไม่ไดีกิน
เลยคิดว่าซื้อความรู้ (เสียดายตังจัง)
กินเข้าไปแล้วต้องไปยืนกลางแดดเพื่อทำการสังเคราะห์แสง อย่าลืมดื่มน้ำตามไปมากๆ sad smile

#16 By ire_u on 2007-10-27 06:34

โอ้โห มีประโยชน์มากทีเดียวครับ

#17 By นายฉิม on 2007-10-27 07:51

ขอบคุ๕สำหรับความรู้ใหม่ๆมากๆๆเลย 55+ ช่วยให้หายโง่เยอะเลย ขอบคุณนะค่ะ ^^

#18 By Nokorichan on 2007-10-27 10:42

เค้าแปะว่ามีในสินค้าของเค้าปุ๊ป คนก็แห่ตามไปซื้อ เหอๆๆ

ขอบคุณครับที่นำมาแนะนำconfused smile confused smile

#19 By plynoi แว่วศรี on 2007-10-27 11:04

ต้องระวังนะเนี่ย ซื้อมากินแย่เลย
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ จะว่าเค้าโกหกเรามันก็พูดไม่ออกเนอะ
ก็จริงแต่จริงอย่างที่คุณpalermosบอก cry
ต้องมีสติก่อนซื้อ ก่อนเอาอะไรเข้าปากคิดนิดนึง
แต่เวลาหิว ไม่ค่อยคิดแฮะ question

#20 By MamiLuv on 2007-10-27 11:23

อ่านแล้วได้ความรู้จังค่ะ
เคยเห็นรุ่นน้องที่โรงเรียนชงใส่ขวดมาเหมือนกัน

ได้กลิ่น+รสชาติ+อ่านเอ็นทรี่นี้ ไม่มีทางซื้อแน่ค่ะ

#21 By B E A V E R on 2007-10-27 12:06

ไอ้ที่ผสมคอลาเจนเนี้ย อู๋ว่ามันแน่เบื่อกว่าคลอโรฟิลล์อีกอ่ะ
เพราะว่ามันถูกกว่า
แล้วก้มีหลายผลิตภัณฑ์กว่า
ทั้งครีม น้ำดื่ม นมเปรี้ยว สารพัด
กินเข้าไปร่างกายย่อยเป้นกรดอะมิโน
แล้วพอเอาไปใช้ก็เรียงกรดอะมิโนใหม่
ถึงจะมีตัวที่ต้องการเพื่อสรา้งคอลาเจน
แต่มันไม่ยอมสร้างแล้ว จะกินไปทำไม๊ มันเหลือเลป่าน่าเสียดาย

ส่วนแบบทาๆถูๆ แล้วมันจะซึมไปถึงเหรอคะ ?? อันนี้สงสัยจริงๆ
วานพี่palermosสืบเสาะมาให้หน่อยได้ป่ะคะ แหะๆ
อ่านแต่ที่ไฮไลท์ไว้อะ sad smile
อ่า.. เคยเห็นป๊ะป๋ากินด้วยอ้ะ ดูอันตรายจังเลยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะอุตส่าห์ค้นมาให้อ่าน ตกลงอาหารเสริมที่เค้าเอามาขายกันเดี๋ยวนี้ มันดีจริงๆ สักกี่ตัวกันนี่wink

#24 By p-i-e on 2007-10-27 17:55

ขอบคุณค่ะ
เห็นสีมันเขียวๆน่ากลัวแบบนั้น
เลยไม่กล้าทานอะค่ะ
ว่าแต่ว่า คนที่จำเป็นต้องอดนอน+นอนดึก+อยู่แต่หน้าคอมนี่ ทานอะไรดีอะคะ

#25 By Ame... on 2007-10-29 05:28

เดิมทีเคยหนักแค่ 48 ก.ก. สวนสเลนเดอร์ หลังคลอดลูกหนักถึง 75 ก.ก.
เข้าคลินิคแห่งนี้ หลายรอบเป็นเวลากว่า 7-8 ปี กินเลี้ยงน้ำหนักไว้อยู่ที่
60-65 ก.ก. ลดลงมาทั้งหมด 10-15 ก.ก.วิ่งอยู่ราวนี้
ปรากฎว่าร่างกายไปไม่ไหว ปล่อยไม่กินเลย โย่โย่ขึ้นมาเป็น 85 ก.ก.
รู้สึกแย่มาก อึดอัด ปวดหลัง ความดันขึ้นสูง และภูมแพ้ชนิดไวเกิน
เคยช๊อค ต้องเข้าโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ****พอดีไปเจอผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง ศึกษามานานกว่า 3 ปี
เป็นสมุนไพร ได้รับอ.ย. ทานอยู่ สามรอบ ไม่จริงจัง
รอบที่ 3 จริงจังกับมัน 4 เดือน ลดไป 13 ก.ก. จาก 85 ก.ก. เหลือ 72 ก.ก. แล้วค่ะ
หุ่นสวย เพรียว ผิวใส และถ้าทานต่อไปเรื่อย ๆ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
ลดการกินจุ๊กกินจิ๊กได้ค่ะ มั่นใจในผลิตภัณฑ์มาก อยากช่วยเหลือคนที่อ้วน
อึดอัดไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า
*** ที่สำคัญอารมณ์ดีมาก ๆ ๆ ไม่เคยเครียดอีกเลย ไม่ว่าปัญหาจะหนักแค่ไหน
เป็นสารอาหารระดับเซลล์ ขอบอกเป็นเซียนยี่ห้ออาหารลดน้ำหนัก
ไม่มีอันไหนเอาลงเลยค่ะ สำหรับคนที่เคยมีประวัติใช้ยาลดน้ำหนัก
ทุกยีห้อลองมาหมด
เช่น Li, Top, ชาฮ่อง, Detox Am, 24 Inc., ลดน้ำหนักทุกตัวของร้าน Wat, ตะบองเพชร,
สูตรลดน้ำหนักต่าง ๆ ที่เขาว่าดี Detox ต่าง ๆ ที่ว่าดังลองมาหมด
หมอทุก ๆ คลินิคชื่อดังเอาหมด เครื่องออกกำลังกายทุกชนิด ไม่ไหว
ซื้อมาเห่อแรก ๆ หลัง ๆ เอาไปตากผ้า
ลองมาแล้วทั้งนั้นไม่ Work ชนะใจตัวเองไม่ได้

โทรมาขอข้อมูลได้ ที่ 089-696-4994 ค่ะ
chiffon_noo@yahoo.com
ปรึกษาฟรีไม่เสียเงิน
คอร์สสามเดือน 8,700-25,600.- 3 – 10 ก.ก.
*** รับประกันผล 100% เต็ม ***

#26 By คุณหนู อารมณ์ดี (202.57.137.253) on 2008-05-12 11:12

พึ่งซื้อมากินเองงะกำลังนั่งกินอยู่เนี่ย ก็งงนะที่ว่ามันจะไปขนส่งออกซิเจนช่วยเม็ดเลือดแดง ก็ไม่รู้ถึงกลไกหรอกว่าเป็นยังไงแต่ดูโครงสร้างเหมือนฮีมเลยซื้อมาลองดูอ่ะ แต่เรื่องสารหนู ปรอท ตะกั่ว คงไม่น่าห่วงมั้งเพราะเค้ามี spect ของเค้าอยู่ถ้าคุณภาพต่ำกว่าspect อย เค้าไม่ให้ผลิตอยู่แล้วเพราะเคยขึ้นทะเบียน อย อาหารเสริมมาก่อน โดยเฉพาะพวกที่นำเข้า เรื่องสารพวกนี้เค้าจะซีเรียสมากแม้กระทั่งปริมาณสีที่เจือปนก็มีspectเช่นกัน

#27 By Noname (202.28.35.2) on 2008-06-03 11:24

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ open-mounthed smile

#28 By สูตรอาหาร (58.64.69.58) on 2008-06-24 22:47

ไว้เดี๋ยวไล่อ่านให้หมดเลย

#29 By สูตรอาหาร (58.64.69.58) on 2008-06-24 22:50

ขอบคุณค่า ได้คเวามรู้เยอะเลย มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

#31 By ดาริน (202.55.87.50) on 2008-08-14 09:46

คลอโรฟิลล์ (CHLOROPHYLL) เกือบ 100 ปี แห่งการค้นพบ
คลอโรฟิลล์ คือสารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือ สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแร่ธาตุต่าง ๆ จากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ คลอโรฟิลล์ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงาน หรือปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์ต่อคน พบว่า คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในเซลล์ของพืชทั่วไปจะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกทีหนึ่ง ทำให้ระบบย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์เพียงพอกับความต้องการของร่างกายได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากอย่างไรในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้งคลอโรฟิลล์โดยตัวมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมัน หรือในบางรูปของแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุทธิ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร

ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่าย ไม่สะสมไว้ในร่างกาย ผิดกับคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร แต่จะย่อยและดูดซึมที่ลำไส้เล็ก คลอโรฟิลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกส่งต่อไปสะสมไว้ที่ตับ (liver) ในระยะเวลาหนึ่ง อาจเกิดอันตรายต่อตับได้ องค์การอาหารและยาสหรัฐจึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE CHLOROPHYLL) เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นก็มีเพียงอาการท้องเสียอย่างเบาบางกรณีเท่านั้น



ด้วยสูตรโครงสร้างของโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับโมเลกุลของเม็ดเลือดแดง ต่างกันเฉพาะตรงกลางที่คลอโรฟิลล์มีแมกนีเซียม(Mg) และเม็ดเลือดแดงมีเหล็ก (Fe) จึงทำให้สีของมันต่างกัน คือ คลอโรฟิลล์มีสีเขียว แต่เม็ดเลือดมีสีแดง จากจุดนี้เองที่ทำให้คลอโรฟิลล์ถูกเรียกว่า “เลือดของพืช” (Blood of Plant) ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มากมาย สรุปตรงกันว่า คลอโรฟิลล์สามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ จนทำให้ผู้วิจัยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ไปแล้วถึง 2 ท่านด้วยกัน คือ ดร.ริชาร์ด วินสเตตเตอร์ (DR.RICHARD WINSTATER) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสเตรีย ในปี ค.ศ.1915 และ ดร.ฮันส์ ฟิชเชอร์ (DR.HANS FISHER M.D.) นายแพทย์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1930 ผู้ซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์

ในบางเงื่อนไขสามารถแทนที่ศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์ด้วยเหล็ก (Fe) จากอาหารธรรมชาติบางประเภท ทำให้อัตราการเพิ่มของเม็ดเลือดแดงดีขึ้น ทั้งนี้แมกนีเซียม (Mg) ที่หลุดออกไปจากศูนย์กลางโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ ก็จะทำหน้าที่พาแคลเซียม (Ca) 2Ca-Mg เข้าไปอุดรูพรุนกระดูกต่าง ๆ ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นในโพรงกระดูกซึ่งมีไขกระดูก (Bone Marrow) อยู่ ก็จะมีการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ในปริมาณที่มากขึ้น (หน้าที่ของไขกระดูก คือสร้างเม็ดเลือดแดงและปรับระดับความเป็นด่างในกระแสเลือด) จากากรทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐกับผู้ป่วยแผลเปิด จำนวน 3,600 ราย พบว่า คลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25% ขึ้นไปและรอยแผลเป็นลดขนาดลงกว่า 50% หรือมากกว่า จากกรณีนี้ จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วยภายในร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1,227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การรับรองว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาและอาหารเสริม ตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 1990

#32 By tao (222.123.240.190) on 2008-08-16 19:01

อีกที ถ้าจะค้นคว้าก็ค้นให้ได้ความรู้จริงๆไม่ใช่มั่วแบบนี้แล้วเอามาให้ประชาชนอ่านทำให้ความเข้าใจของคนในยุคปัจจุบันสับสนว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนรู้ไม่จริงบ้าง

#33 By tao (222.123.240.190) on 2008-08-16 19:04

Rep 31 เอามาจาก เว็บนี้หรือเปล่าครับ
ตลาดดอทคอม http://www.tarad.com/bysasi/index.en.html
ซึ่งอ้างอิงมาจาก
http://www.unicitycenter.com/article.php?id=8878&lang=th

ขออภัยที่ขัดขา แต่ผมเองก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ในสาขาที่เกี่ยวกับเจ้าคลอโรฟิลล์นี่แหละ


และรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ที่อ้างมานั้นไม่ถูกต้องครับ ผู้ที่ได้รับคือ
ปี 1913 - Charles Richet
ปี 1930 - Karl Landsteiner
ผมอ้างอิงจากเว็บ Nobelprize

http://nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/index.html

#34 By palermos on 2008-08-16 19:55

รางวัลโนเบลปี 1915 ไม่มีผู้ใดสมควรที่จะได้รับรางวัลรางวัลครับ
จาก เว็บhttp://nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/index.html

#35 By palermos on 2008-08-16 19:57

ข้อมูลแน่น ขอบคุณครับ
งง ไม่ค่อยเข้าใจ ตกลงคือกินไม่ค่อยดีช่ายป่ะ

#37 By อาหารเสริม (124.120.5.45) on 2008-09-02 13:44

#38 สรุปคือ เป็นการโฆษณาเกินจริง และเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคครับ

#38 By palermos on 2008-09-02 14:54

กระทู้ที่31 ไม่ทราบว่าคุณขายหรอหรือเอาข้อมูลมาจากสือโฆษณา เข้าแค่อธิบายความรู้ให้ดูแบบเหตุผล มันจะช่วยจริงหรือไม่อันนี้ผมไม่ทราบ แต่จะจำไว้เป็นความรู้

#40 By zero (203.155.72.217) on 2008-10-02 22:47

งั้นคนที่ทานคลอโรฟีลล์confused smile
เกิดชาติหน้าจะเป็นต้นไม้หรือเปล่าครับconfused smile
จริงแค่ทานอาหารให้ครบ 5หมู่
ดื่มน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์
ออกกำลังกายอาทิตย์ 2-3 วัน
ร่างกายก็แข็งแรงแล้วconfused smile

#41 By sittichai (125.24.37.33) on 2008-10-09 14:46

จะเชื่อไครดีล่ะคะ

#43 By นุ้ย (58.137.170.13) on 2008-12-08 08:55

"และรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ที่อ้างมานั้นไม่ถูกต้องครับ ผู้ที่ได้รับคือ
ปี 1913 - Charles Richet
ปี 1930 - Karl Landsteiner
รางวัลโนเบลปี 1915 ไม่มีผู้ใดสมควรที่จะได้รับรางวัลรางวัล"
ทั้ง 2 ท่านที่กล่าวมาได้รับรางวัลสาขา Physiology or Medicine
ส่วน "ดร.ริชาร์ด วินสเตตเตอร์ (DR.RICHARD WINSTATER) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออสเตรีย ในปี ค.ศ.1915 และ ดร.ฮันส์ ฟิชเชอร์ (DR.HANS FISHER M.D.) นายแพทย์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1930 ผู้ซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเม็ดเลือดแดงและคลอโรฟิลล์" ได้รับรางวัลในสาขา Chemistry
อ้างอิงจาก
http://nobelprize.org/nobel_prizes/lists/1930.html
http://nobelprize.org/nobel_prizes/lists/1915.html

big smile

#44 By panma (58.8.176.61) on 2009-01-03 14:28

Reference

1.Bohne C.et ol: Interaction of enzyme-generate species with chlorophyll-alpha and probe bound to serum albumlns (Photochem Photobiol, 1988 Sep) (MEDLINE)

2.Acheson DW, et al : Dianostic delay due to chlorophyll in oral rehydration solution (letter) (lancet, 1987 Jan 17) (MEDLINE)

3.Chemomorsky SA,et al : Biological actives of chlorophyll derivative, (N J Med, 1988 Aug) (MEDLINE)

4.Hooper JK, et al : Photodynamic sensitizers from chlorophyll : purin-18 and chiorin p6 (Photochem Photobiol, 1988 Nov) (MEDLINE)

#45 By moshi (125.26.108.195) on 2009-01-07 22:03

เป็นอาจารย์ ใช่ว่าจะรู้จริง
ถ้างั้น คนที่ดื่มนมวัว ก็เป็นวัวน่ะซิ อิอิ
ศึกษาซิว่า ทำไมคนกินผักจึงแข็งแรง
และคนที่ ไม่กินผัก ผิวพรรณจะแห้ง
คนไม่กินผัก หน้าจะแก่ก่อนวัย

เราเป็นคนที่เข้ามาอ่านแล้ว เราก็อยากบอกคนที่อ่านว่า รู้ให้จริง ก่อน ที่จะทำให้คนอื่นเข้าใจผิด
คลอโรฟิลล์ ดีจริงๆๆๆ

มนุษย์ทานได้แน่นอน ไม่ต้องกลัว

#46 By moshi (125.26.108.195) on 2009-01-07 22:09

ตอนนี้ทานเเคลเซียมเสริมอยู่เหมือนกันค่ะ

ทานของ GNC อยู๋ค่ะเพราะเห็นว่ามี

แคลเซียม ซิเทรต มาเลต

ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้ไวกว่าตัวอื่นค่ะ

ตอนนี้รู้สึกว่าร่างกายเเข็งเเรงขึ้นค่ะ

ไม่รู้สึกชาตามนิ้วมือเหมือนเมื่อก่อนเเล้วค่ะ

big smile

#47 By apinya (222.123.68.196) on 2009-03-26 11:55

http://en.wikipedia.org/wiki/Richard_Willst%C3%A4tter

สนับสนุนความเห็นที่ว่า ศึกษาให้รู้จริง ก่อนเผยแพร่ ครับ

#48 By keng (222.123.87.151) on 2009-03-28 00:17

ทานของ GNC เหมือนกันค่ะ

ดีมากๆเลยค่ะ เพราะมี

แคลเซียม ซิเทรต มาเลต เป็นเกลือแคลเซียมรูปแบบใหม่ คือ เกลือของแคลเซียมร่วมกับ กรดซิทริค และ กรดมาลิค ซึ่งจากการศึกษาพบว่า แคลเซียม ซิเทรต มาเลต สามารถละลายน้ำได้เร็ว และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าเกลือในรูปแบบอื่นๆทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยแคลเซียม ซิเทรต มาเลต ดูดซึมได้สูงถึง 42% ส่วนแคลเซียมรูปแบบอื่นที่มีอยู่ตาม ท้องตลาดทั่วไป เช่น แคลเซียม คาร์บอเนต ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เพียง 26% เท่านั้น

เราทานเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกายค่ะ
big smile

#49 By แฟ (114.128.11.125) on 2009-03-28 16:01

อืม ได้ความรู้ดีแฮะไม่งั้นไปซื้อมากินให้ตัวเขียวเล่น ๆ แล้วอ่ะ

#50 By ญาดา (58.10.158.104) on 2009-05-22 16:51

สิ่งที่ วิลสเตเตอร์ศึกษาก็คือ ความสัมพันธ์ทางโครงสร้างระหว่างคลอโรฟิลล์ กับ เลือด ซึ่งเป้นวงพอร์ไฟรินที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน แต่ไม่มีกลไกกระบวนการเคมีโดยธรรมชาติที่จะเปลี่ยนคลอโรฟิลล์เป็นฮีมได้

กรุณาใช้วิจารณญาณนะครับ ถ้าเราเปลี่ยนคลอโรฟิลล์เป็นฮีมหรือเลือดได้ เราคงไม่ต้องมาขอรับบริจาคเลือดแบบทุกวันนี้ ด้วยความเคารพในทุกความคิดเห็น ถ้าใครที่เรียนมาแล้วลืมตัว เอาแต่มุ่งผลกำไรทางธุรกิจ โดยไม่ได้สนใจข้อเท็จจริงขอให้บาปกรรมตกถึงตัวนะครับ

มีตอนที่สอง http://palermos.exteen.com/20080818/entry ซึ่งผมอธิบายกลไกในการสังเคราะห์ฮีมไว้ชัดเจน

#51 By palermos on 2009-05-22 18:41

ชอบจังค่ะ เขียนมาให้อ่านง่าย แหะ แหะ พอดีว่าไม่ค่อยมีความรู้ท่างนี้เท่าไหร่ อ่านแล้วชาวบ้านอย่างเราเข้าใจง่าย ขอบคุณค่ะ
ปล. แมวน่ารักนะคะbig smile

#52 By makam (202.44.135.34) on 2009-05-30 14:27

สรุปว่า ใครถูกกว่ากันก็ไม่รู้นะ

กินแล้วจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับคนหรือป่าว

แต่ที่แน่ๆ ผมและครอบครัวกินของค่าย U

แล้วปรากฎว่ามันดีมากเลย ใช้มา 4 เดือนแล้ว

ดูดีขึ้น หน้าไสขึ้น แบบว่าไม่ได้ดูแลร่างกายมากนะ

นอนดึก มาก ทุกวันเลย แต่ก็ไม่โทรมอ่ะ

ตะก่อนโทรมเห็นๆ ปัจจุบันใช้แล้วดูดีขึ้น

ของเขาดีจริง ทำให้แผลหายเร็วด้วย

ดีมากๆ

#53 By The N (222.123.61.4) on 2009-06-23 03:26