ภาษาอังกฤษ กับ บทคัดย่อ
posted on 22 Jul 2008 17:05 by palermos in tutorial
มาวันนี้ครึ้มใจอยากอัพบล็อก... ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพิ่งเปลี่ยนธีมใหม่หลังจากนั่งทำ นั่งแก้ ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนธีมเพราะว่า เวลาที่เข้าบล็อก exteen ทีไร บอทที่ผมปล่อยไว้แก้เซ้ง มีอันเป็นไปทุกที ก็เพราะเจ้าไฟล์นามสกุล png ที่ขนาดยาวร่วม 10 000 พิกเซลในส่วนของ belly นั่นแหละ ถ้าจังหวะที่เนทเต่า...บอทผมก็ตายทุกที
แต่ว่าธีมนี้ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีเท่าไหร่ ผมว่ามันยังขาดๆเกินๆอะไรอีกเยอะ
นอกเรื่องมาเยอะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อาทิตย์ที่แล้วผมนั่งอ่านบทคัดย่อสัมมนาที่นักศึกษาเอามาส่งก่อน เพื่อให้ผมนั่งตรวจสอบความถูกต้อง(ซึ่งก็มีถูกบ้างไม่ถูกบ้าง) วิธีในการเกาภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษของผมก็จะเอาบทคัดย่อของนักศึกษาที่เขียนเป็นภาษาไทย มาอ่าน แล้วก็แปลไปเป็นภาษาอังกฤษ ฟังดูก็เหมือนกับว่า ทุกคนเขาก็ทำกันแบบนี้ แต่ความที่มันเป็นการนำเสนอสัมมนาต่อหน้าผู้คน เรื่องของความถูกต้องของหลักไวยากรณ์ก็ต้องมาก่อนเสมอจริงไหมครับ
มาดูความผิดพลาดที่ผมพบเจอบ่อยในงานที่นักศึกษาส่งมาให้ผมอ่านกันนะครับ
ใช้ Verb Tenses ผิด ความหมายเปลี่ยน
เรื่องVerbs หรือคำกริยาของภาษาอังกฤษนี่นะครับ ถ้าเราไปพูดกับฝรั่งทั่วๆไป เขาก็ไม่ค่อยมานั่งจับผิดเราเท่าไหร่หรอก แต่... เวลามานั่งอ่านเนี่ย บางประโยคใช้ Tense ผิด ความหมายในรูปประโยคก็ถึงกับคลาดเคลื่อนเลยนะครับ ตัวอย่างการใช้ Tense ผิด
แยกไม่ออกระหว่าง Present Continous Tense, Past Continous Tense กับ Present Perfect Continous Tense ผมสรุปง่ายๆในย่อหน้าเลยนะครับ
Present Continous Tense
ตัวนี้ง่ายที่สุดละ รูปแบบคือ S+ is/am/are + V1เติมing
Past Continous Tense
รูปแบบคือ S + was/were +V1เติม ing + อาจจะมีเวลากำกับด้วย
และ
Present Perfect Continous Tense
รูปแบบคือ S + has/have + been + V1เติม ing
สองตัวนี้ใช้ต่างกันอย่างไร...Past Continous Tense จะใช้เมื่อเป็นการกระทำต่อเนื่องในอดีต เวลาอ่านวารสารภาษาอังกฤษเราจะเจอรูปแบบนี้บ่อยมาก เมื่อเวลาที่ผู้เขียนต้องการจะบอกว่า ตอนที่กำลังทดลองนั้น ใส่ตัวสารอะไรลงไปในการทดลองบ้าง เช่น
Smith (1990) was seeing something in the test tube when he titrate 1ml of conc sulfuric acid.
คือ คุณ Smith พบอะไรบางอย่างในหลอดทดลองเมื่อหยดสารละลายกรดซัลฟูริคเข้มข้น 1มิลลิลิตร จากข้อความนี้บอกอะไรเรา ก็บอกว่าตาคนนี้หยดไปตั้งแต่ปี 1990 แล้ว ปัจจุบันปีอะไร.. นักศึกษาบางคนใช้รูปแบบของ Present Continous Tense เฉยเลย... มันผิดตรงไหนคงจะเข้าใจกันนะครับ
ทีนี้มาดูว่าบางครั้งทำไมใช้ Present Perfect Continous Tense ถึงได้ผิด(ถ้าเข้าใจรูปแบบ มีฮาครับ) เพราะ Present Perfect Continous Tense ใช้กับการกระทำที่ทำต่อเนื่องในอดีตจนถึงปัจจุับัน หรือเพิ่งเสร็จสิ้นลงไปไม่นาน ลงคิดดูนะครับถ้าประโยคเดิม เปลี่ยนมาใช้รูปนี้ความหมายจะฮามาก ดูเลย
Smith (1990) has been seeing something in the test tube when he titrate 1ml of conc sulfuric acid.
ต้องขีดฆ่าข้างหลังทิ้งไปก่อนครับ เพราะผิดรูป... ทีนี้มาดูรูปประโยคและความหมาย ในที่นี้จะหมายความว่า คุณ Smith นั่งมองอะไรๆที่บางอย่างนั่นที่หลอดทดลองตั้งแต่ปี 1990 คือ นั่งดูหลอดทดลองมาตลอดนั่นแหละครับ
มีคนฮาไหมนี่....
ใช้ Active Voice กับ Passive Voice ไม่เป็น หรือ แยกไม่ออก
การใช้กิริยาในรูปของ Passive Voice นั้น จะเป้นการนำกรรมจากประโยค Active Voice มาเขียนใหม่ โดยมีรูปแบบคือ S + v to be/v to have (ตามแต่ประโยค)+ v3
ดูตัวอย่างดีกว่า
Active Voice
Buffalo eats rice แปลว่า ควายกินข้าว
Passive Voice
Rice is eaten by the buffalo. แปลว่า ข้าวถูกกินโดยควาย
คนธรรมดาทั่วไปคงจะไม่พูดว่าข้าวถูกกินโดยควายนะครับ มันไม่เข้าท่า ดังนั้นจะใช้ Passive Voice ต้องดูความเหมาะสมประโยคด้วย
ผิดง่ายๆก็มีประเภทใช้ Pointing Pronoun ไม่ถูก
Pointing Pronoun ก็พวก that, these, those, this ใช้แทนประธานในประโยค อันนี้ต้องดูรูปประโยคข้างหน้าก่อนแล้วดูความถูกต้อง ไม่ใช่มั่ว that, this ใช้กับเอกพจน์ ส่วน these, those ใช้กับพหูพจน์
ใช้ Gerund ไม่ถูก
Gerund ก็ Verb เติม ing ครับ บางตัวสามารถต่อท้ายกิริยาข้างหน้าได้ทันที บางตัวต้องใช้ toเชื่อม หรือบางตัวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อข้างหน้าเป็น adjective เท่านั้น มาดูเลย
Gerunds after adjective
I am afraid of you อันนี้ถูก
I am afraid youอันนี้ผิด
นอกจากนี้เท่่าที่นึกออกก็มี fond of, successful in, capable of, interested in
Gerund after verbs
ตัวที่ใช้ตามหลังกิริยาได้เลยก็มีพวก enjoy, finish, resent, resume, quit, appreciate, avoid, consider, keep มีอีกหลายตัวครับ...แล้วจะมาอัพเพิ่ม
ใช้ Modals ไม่เหมาะสม หรือ ไม่สุภาพ
คำในกลุ่มนี้ก็จัดเป็นการใช้กริยาซ้อนกริยา ซึ่งเป็นการเน้นอารมณ์และ ความสำคัญของกริยาที่ต่อท้าย กลุ่ม modals verb ก็จำพวกนี้นะครับ
can, may, will, shall, must, had better, could, might, should, have to, ought to
ซึ่งในการเขียนบทคัดย่อที่ดีไม่ควรจะใส่อารมณ์รุนแรงในข้อความ โดยคำกลุ่มนี้จะเป็นการกำหนดลำดับขั้นกว่าของการจำเป็นต้อง "กระทำ"
ขั้นบังคับให้กระทำจะใช้
He would eat breakfast. ตัวนี้คือต้องทำ ไม่ทำไม่ได้
ดังนั้นในการเขียนบทคัดย่อไม่ควรใช้คำ would + verb ครับ เลี่ยงไปใช้คำอื่นแทนจะสุภาพกว่า
ใช้ Preposition ไม่ถูก
Preposition ใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่าง ประโยคกับ คำนาม หรือสรรพนาม ช่วยทำให้ประโยคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประโยคไหนไม่มีตัวนี้และยังอ่านรู้เรื่อง แสดงว่าประโยคนั้นมี Preposition อยู่ร่วมด้วย ตัวอย่างของ Preposition คือ
about, above, after, againt, amoung, around, as, at, because, before, behind, between, beyond, by, for, from, in, into, like, unlike, off, on, over, since, through, to, toward, until, up, upon, with, with, without
อย่างที่กล่าวข้างต้นการใช้ Preposition จะใช้เพื่อขยายความ ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจว่าใช้ถูกหรือเปล่า อย่ามั่วมา เพราะจะยิ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจอย่างแรง คำ Preposition บางคำ จะใช้เฉพาะกับคำบางคำเท่านั้นเสียด้วยสิ ที่จะใช้กันบ่อยก็กลุ่มนี้ครับ
cause of, effect on, equivalent of, evidence of, example of, increase in, influence on, need for, possibility of, reason for, result of, solution to, supply of
ข้างต้นที่แปะไว้คือรูปแบบตายตัว อย่าพลาดนะครับ เพิ่งเจอมามีนักศึกษาใช้ result for this .... ซึ่งที่ถูกต้องจะต้องใช้ result of เท่านั้นครับ
เท่าที่นึกออกมีเท่านี้ก่อนนะ แล้วจะมาเขียนต่อในรอบต่อๆไปนะครับ











เนื้อหาดนใจ จะเข้ามาชมบ่อยๆนะครับ
ตอนนี้กำลัง ปวดหัวกับ ภาษาอังกฤษ อยู่เลยครับ
#1 By ONE-LIFE on 2008-07-22 18:05