• ใช้ไฟร์ฟอกซ์กันเถอะ
  • คำแนะนำ24ข้อที่บล็อกเกอร์ควรรู้

 

ท่านผู้มีเกียรติโปรดทราบ ขณะนี้ท่านอยู่ที่ exteen.com นะครับ ไม่ใช่ห้องหว้ากอ ณ พันทิป 

สืบเนื่องจากกระทู้นี้นะครับ

อาหารเสริมคลอโรฟิลล์กินไม่รู้เรื่อง ระวังจะเป็นเรื่อง! 

 

เอนทรี่นี้ผมเขียนมานานแล้ว แต่ว่าไม่เคยหลุดจาก 5ความคิดเห็นล่าสุดเลย ผมคงจะไม่มีอารมณ์เขียนแก้ไขอะไรเพิ่มอีก จนกระทั่งไปอ่านคอมเมนต์ที่ 32 และ 33 ซึ่งในคอมเมนต์ที่ 32 นั้นตัดแปะข้อความมาจากเว็บขายของอย่าง ตลาดดอทคอม? ซึ่งมีการให้ข้อมูลที่ผิดๆอยู่มาก ผมเข้าใจว่าเป็นคำกล่าวของนักการตลาดมากกว่าคำกล่าวจากนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันมีหลายจุดที่โฆษณาสรรพคุณเกินจริงไปมาก

โดยในเอนทรี่นี้ ผมจะ defend ในสองข้อหลักเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ผมได้ตอบไปเบื้องต้นแล้วนะครับโดยสองหัวข้อที่ผมจะอธิบายโดยใช้หลักวิชาการ เข้ามาตอบในเรื่องของ

1. ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวคลอโรฟิลล์ ที่ว่าคลอโรฟิลล์ละลายน้ำได้นั้น.. คุณรู้จักมันมากน้อยแค่ไหน

2. ความเข้าใจที่ว่าคลอโรฟิลล์นั้น มีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง หรือไม่

เริ่มเลยดีกว่า

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ในธรรมชาติจะพบในคลอโรพลาสต์ทั้งในพืช สาหร่าย และสัตว์จำพวกยูกลีนา เป็นรงควัตถุสีเขียว อันนี้ทุกคนคงจะทราบกันดีนะครับ ชนิดที่พบในพืชมีสองชนิดคือ Chlorophyll a และ Chlorophyll b โดยพบชนิด a มากกว่า b ในอัตราส่วน 3 :1 ทีนี้มาดูสูตรโครงสร้างกัน

โครงสร้างคลอโรฟิลล์ เอ

รูปโครงสร้างคลอโรฟิลล์ เอ (Chlorophyll a) ทีนี้มาดูโครงสร้างในแบบหมอกอิเล็กตรอนกันบ้างครับ

 

โครงสร้างสามมิติของคลอโรฟิลล์ เอ

สีเหลืองๆนั่นคือ อะตอมแมกนีเซียม และวงกลมที่วงไว้ทางซ้ายมือบน คือ จุดที่แตกต่างไปจากคลอโรฟิลล์ บี ตัวที่จะนำเสนอต่อไป..

 

 โครงสร้างคลอโรฟิลล์ บี

รูปโครงสร้างคลอโรฟิลล์ บี (Chlorophyll b) เช่นเดียวกันมาดูโครงสร้างในแบบหมอกอิเล็กตรอนกัน

 

โครงสร้างสามมิติของคลอโรฟิลล์ บี

ทั้งสองรูปนี้ผมวาดให้ใหม่ โดยใช้โปรแกรม Chemsketch อันเป็นฟรีแวร์ ส่วนวิธีการใช้งาน ผมเคยเขียนไปในบล็อกนี้แล้ว แนะนำโปรแกรมวาดโครงสร้างเคมี ChemSketch ::ฟรีแวร์

 

ความแตกต่างของคลอโรฟิลล์ เอ และ บี จะแตกต่างกันแค่ตำแหน่งที่ 3 ของวงพอร์ไฟริน ตรงที่ผมเน้นสีที่แตกต่างออกไปโครงสร้างทั้งแบบสูตรโครงสร้างกับ โครงสร้างหมอกอิเล็กตรอนนั่นแหละครับ ...

คลอโรฟิลล์ทั้งสองตัวนี้ไม่ละลายน้ำ ย้ำว่าไม่ละลายน้ำเพราะ มันมีเจ้าไฟทอล (Phytol) ที่ส่วนหางของโครงสร้าง อันเป็นส่วนที่เรียกว่า Hydrophobia  (Hydro แปลว่า น้ำ, Phobia คือ ไม่ชอบ) ซึ่งในส่วนนี้มีสภาพไม่มีขั้ว มากกว่า ส่วนวงพอร์ไฟรินที่มีขั้ว โดยสภาพไม่มีขั้ว นั้นมีผลต่อการละลายมากกว่าส่วนที่ขั้ว อธิบายง่ายๆแบบนี้นะครับ  (วงแกนกลางนั่นแหละครับ ส่วนนั้นละลายน้ำได้)

 

โครงสร้างไฟทอล

นี่ครับเจ้าตัวการที่ทำให้คลอโรฟิลล์ไม่ละลายน้ำ..

เห็น phytol กันเต็มๆตา แล้วทีนี้นะครับจะทำยังไงให้คลอโรฟิลล์ละลายน้ำได้ - ขออ้างจากตำรา Food Colorlant ที่ผมได้มาวิธีการหนึ่งนั้น เราก็ต้องตัดสาย Phytol ออก แต่ตัวนี้จะไม่เรียกว่า คลอโรฟิลล์อีกต่อไป เราเรียกมันว่า คลอโรฟิลไลด์ (Chlorophyllide) แทน ซึ่งกระบวนการในการตัดสายไฟทอลนั้นทำได้โดยใช้เอนไซม์คลอโรฟิลเลส หรือ เอสเทอเรส ตรงนี้ผมชี้แจงชัดนะครับว่า มันคืออนุพันธุ์ของคลอโรฟิลล์ ดังนั้นการที่จะให้ข้อมูลทางการค้า จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้วย ส่วนอีกวิธีที่ช่วยทำให้การละลายน้ำดีขึ้นนั้นโดยการแทนที่หมู่ Mg (โลหะแมกนีเซียม) ที่อยู่กลางวงด้วยโลหะทรานซิชั่นชนิดอื่นเช่น Cu Fe ถ้าแทนที่ด้วย Cu(โลหะคิวปรัส หรือ ทองแดง) จะเรียกทางการค้าว่า คอปเปอร์ คลอโรฟิลล์(copper Chlorophyll) และ คอปเปอร์ คลอโรไฟลิน (Copper Chlorophyllin)

 

ปฏิกิริยาง่ายๆของคลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์ และปฏิกิริยาเบื้องต้นในการเตรียมอนุพันธ์คลอโรฟิลล์

 

ซึ่งในส่วนของการอนุญาตให้ใช้ในอาหารนั้น ทางองค์การอาหารและยาของอเมริกายังไม่อนุมัติให้ใช้นะครับ1 เนื่องจากการแทนที่นั้นจะใช้รีเอเจนต์ที่คนเขาไม่กินกันอย่าง FeCl2 หรือ CuCl2 ส่วนทางยุโรปอนุญาติให้ใช้ได้ในปริมาณไม่เกิน200ppm (ในซุป, ลูกกวาด) ดังนั้นถ้าจะบริโภคน้ำคลอโรฟิลล์ที่แทนที่หมู่ Mg ด้วยโลหะอื่นกันเพียวๆละก็ ค่อนข้างที่จะน่าห่วงเรื่องสภาวะแร่ธาตุเกินนะครับ อันนี้ท่านก็ลองคิดเอาเองนะ

ส่วนการแทนที่ หรือ ใช้เร่งปฏิกิริยาการสร้างเม็ดเลือดแดงนั้น ผมต้องให้ท่านดูรูปของฮีมอีกรอบ

โครงสร้างของฮีม

นี่ครับ ฮีม(Heme) ดูแล้วก็ลองเปรียบเทียบกับรูปข้างบนรูปที่ 1 และ3 จะเห็นว่า ไม่มีส่วนที่เรียกว่า phytol และนิวเคลียสของวงพอร์ไฟรินเป็นอิออนเหล็ก Fe ซึ่งส่วนนี้ต่างจากคอลโรฟิลล์มาก (วาดยากกว่าด้วย) และนอกจากนั้น รอบๆวงพอร์ไฟรินก็มีหลายจุดที่ต่างกัน ทีนี้ถ้าจะเปลี่ยนโครงสร้างจากคลอโรฟิลล์ไปเป็นฮีมจริง ร่างกายเราก็ต้องมีกระบวนการคะตาบอลิสม และ อนาบอลิสมกันหลายตลบกว่าจะก็อปโครงสร้างฮีมได้

เหตุผลข้างต้นที่ผมกล่าวมาอาจจะดูเลื่อนลอยไปสักนิด ทีนี้ผมจะนำเสนอกระบวนการการสังเคราะห์ฮีมในร่างกายมนุษย์กันดีกว่า ว่ากระบวนการสังเคราะห์ฮีมนั้นไม่มีส่วนของคลอโรฟิลล์มาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่ น้อย สารตั้งต้นของกระบวนนี้ คือ กรดอะมิโนที่ชื่อ ไกลซีน(Glycine) และสารเมตาบอไลต์ตัวหนึ่งที่ชื่อ ซัคซินิล โคเอนไซม์ เอ (Succinyl CoA) ตามภาพข้างล่าง (ภาพใหญ่ โหลดโหด..ขออภัยนะจ๊ะ แต่วาดเองนะเออ)

 

  กระบวนการสังเคราะห์ฮีม

กลไกการสังเคราะห์ฮีม2 จะเห็นว่าไม่มีขั้นตอนที่คลอโรฟิลล์มาเกี่ยวข้องด้วยเลย

 

ในส่วนของคอมเมนต์ที่ท่านเขียนถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ผมตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในสาขาแพทย์ ก็ไม่พบรายชื่อของท่านทั้งสองนะครับ จึงขอเรียนมา ณ ที่นี้ แต่จะลองตรวจสอบต่อไป (ถ้าหาเจอนะ...)

ท่านว่า...

คำกล่าวของนักโฆษณา

ตรวจสอบจากเว็บ nobelprize.org ในสาขาการแพทย์..

 

ถ้าไม่จบ... ท่านจงมาสมัครบล็อกนะ ผมจะได้ตามไปคอมเมนต์ให้ ถือว่าเป็นการให้ความรู้ 

 

เอกสารอ้างอิง

1. นิธิยา รัตนาปนนท์. 2545 .เคมีอาหาร. พิมพ์ครั้งที่2. โอเดียนสโตร์

2. มนตรี จุฬาวัฒนทล และคณะ. 2542. ชีวเคมี. จิรรัชการพิมพ์

3. Von Elbe, J.H. and Scwartz, S.J. 1996. Colorant in Food Chemistry. 3rd editon. Marcel Dekker

4. Deman, J.M. 1990. Principle of Food Chemistry. Reinhold, NY.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! โห...ข้อมูลปึก..เดี๋ยวตามไปอ่านค่ะ ยังไม่ได้อ่านหัวข้อนั้นเลย ขอบคุณค่ะ surprised smile

#1 By Lily Pixel on 2008-08-18 23:41

เจอข้อมูลจริงยิ่งกว่า นักขายของที่มั่วซั่วชื่อผู้ได้รางวัลโนเบลมาก็จ๋อยไปเลย Hot!

#2 By chubby on 2008-08-18 23:49

สุดยอดอีกแล้วค่ะ cry
ทิ้งเคมีไปตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว 55
แต่แค่เห็นชื่อก็ไม่นึกอยากกินแล้ว

อีกอย่างคือ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ tarad ...confused smile น่าเชื่อถือม้ากมาก

Hot!

#3 By Bluemoon on 2008-08-18 23:54

ข้อมูลลึกมากมาย
ถ้าผู้บริโภคไม่หาข้อมูลกันขนาดนี้
ก็จะจับโกหกกันไม่ได้เลยทีเดียว
เพราะเวลามันมาขายของที
ก็เล่าสาธยายจนน่าเชื่อน่าฟังไปหมด 5555+
จริงๆถ้าผมจะเถียงพวกนักโฆษณา ผมใช้ตรรกะง่ายๆแบบเด็กๆ

ผมเป็นคน ไม่สังเคราะห์แสงอ่ะ question Hot! Hot!
เรื่องข้อมูลคนได้รับรางวัลโนเบลนี่ น่าเอาไปตบคนขายด้วย
พอดีญาติเคยเอามาขายเมื่อหลายปีก่อนแต่ข้อมูลเราไม่แน่น
ดีที่แม่ไม่ซื้อ ตอนนั้นแม่ผมแนะนำว่าถ้าจะซื้อไปกินหญ้าคุ้มกว่า 55 tongue

#6 By bellbell on 2008-08-19 03:36

แค่เห็นธาตุผมก็ส่ายหัวแล้ว...
ไม่อยากนึกถึงอดีตที่เคยเรียนมา...ฮ่าๆconfused smile

แต่เนื้อหาแน่นจริงๆครับสุดยอดเลยHot!
ขอไปเอายาดมแป๊บหนึ่ง...แล้วจะมาอ่านต่อครับbig smile

#7 By robocon on 2008-08-19 07:19

คงต้องอ่านหลายรอบconfused smile

#8 By V@R on 2008-08-19 08:02

เห็นด้วยกะคุณวาร์ ข้อมูลปึ้ก cry

#9 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-08-19 08:37

Hot!
ข้อมูลแจ๋ว ให้ดราก้อนบอลหนึ่งเม็ด double wink

#10 By Ellebazi on 2008-08-19 08:45

Hot!
ข้อมูลแน่นเอี๊ยด เก่งรอบด้านจัง cry

#11 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-08-19 10:53

มาเป็นสูตรเคมีกันเลยทีเดียว
เจ๋งมากครับ Hot!

#12 By pisces on 2008-08-19 11:33

ไบโอเคม...
(พึมพำ แล้วล่าถอยไป...)sad smile 55+

ไม่เคยคิดกินเลยพวกที่ผสมคลอโรฟิลล์
สรรพคุณที่เค้าเอามาเล่านี่ ยิ่งฟังยิ่งตลกครับ
(คิดเหมือน #5 เด๊ะๆเลย)

สรุป แจ่ม!Hot!

#13 By cvane on 2008-08-19 11:39

ชอบกระทู้แบบนี้จัง จะได้ไม่โดนหลอกลวง big smile

#14 By st.GiZMo on 2008-08-19 11:46

ไม่ได้กระทู้ครับ โทษที เพลินนึกว่า หว้ากอ อิอิอิ เอ็นทรี่ ๆๆopen-mounthed smile

#15 By st.GiZMo on 2008-08-19 11:46

ข้อมูลดีๆ อีกแล้ว ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

#16 By ezyclix (203.144.160.244) on 2008-08-19 12:49

เคยเรียนจนติดศูนย์เคมีมาแล้ว...

แต่ถึงจะโง่เคมี...

ก็ไม่คิดจะกินคลอโรฟิลด์นะ - -+
ถ้ากินใบไม้ กินผักสีเขียว จะได้คลอโรฟิลด์มั้ยครับ แบบว่า ผมคงไม่มีตังค์ไปซื้ออาหารเสริมกินอ่ะ

#18 By หนึ่ง on 2008-08-19 13:51

เรื่องคอโรฟิลล์กับฮีมนี่ นั่งขำตั้งแต่อ่านแผ่นพับแล้วละค่ะ

#19 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-08-19 14:18

Hot! Hot! โอ้ จะได้กระจ่าง เห็นฮิตกันจัง

#20 By (^_^)/nana on 2008-08-19 14:23

page สวยมากครับ โดยเฉพาะกล่อง comment big smile

#21 By ウィン on 2008-08-19 17:14

ไม่ได้มาซะนาน บล็อคอลังการมากมาย พร้อมกับความรู้ที่หมออย่างอิชั้นต้องอาย :P

#22 By TheDoctorWearsPrada on 2008-08-19 17:40

อ่านมาทั้งหมด ไม่เข้าใจอะไรเลยครับ เพราะว่าไม่ได้เรียนเคมีมา
แต่ว่า ไอ้คลอโรฟิลด์เนี่ย ถ้าเกิดว่าวันนึงมันเอาสีผสมอาหารมาให้กินแทนล่ะ
แม่ง.... ไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่มั๊ย

#23 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-08-19 20:47

ตามมาขอบคุณ

แต่ไอ้โปรแกรมที่ว่า มันแอบใช้ยากนะคะ 55

งงๆ เมาๆ มั่วไปเรื่อยเลย sad smile

ไม่เป็นไร เดี๋ยวคงชิน

#24 By :Sakura-n *MCK: on 2008-08-19 20:51

โห...วิชาการ มั่ก ๆ

โดยส่วนตัวแล้ว เคยคิดจะดูแลตัวเอง

ด้วยการซื้ออาหารเสริมมาทานเหมือนกัน

หมดไปหลายพันอยู่


แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้กินค่ะ

ขนาดข้าวยังไม่ค่อยจะมีเวลากินเลย



เพราะถ้าได้ทำงานจะค่อนข้างบ้างานพอตัวเลยอ่ะ question

#25 By ๛‘‘๏ SiSSY ๏’’๛ on 2008-08-19 21:14

ข้อมูลแน่นปึกความรู้แน่นเปรี๊ย Hot! Hot! Hot!

#26 By UnknowPerson on 2008-08-19 21:41

โอ้ววว !!! ความรู้ใหม่

ขอบคุงคับ

#27 By UltraMix (202.142.204.2) on 2008-08-19 22:15

จริง ๆ ผมว่า ช่วงนี้ ทาง DekAds
เค้ายังไม่มี โฆษณา มาลงหนะคับ
คงต้องรอไปก่อน แบบว่า สมาชิก เยอะ ๆ
เพื่อที่ทางโฆษณาจะกล้ามาเอาแปะหนะคับ

แต่ว่า Google Ads ก็ดีเหมือนกันนะคับ
มันสามารถ แปะ ทั้งสองอันพร้อมกันได้คับ
ผมลองถามพี่เค้าแล้ว เค้าว่าไม่มีปัญหาคับ

confused smile

#28 By UltraMix (202.142.204.2) on 2008-08-19 22:41

#18 คลอโรฟิลล์ พบในธรรมชาติอยู่แล้วจ๊ะ เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็มีน้ำย่อยกลุ่มเอสเทอเรสมาย่อย และแร่ธาตุแมกนีเซียม ก็ได้จากการรับประทานผักใบเขียวครับ

#23 คลอโรฟิลล์ ร่างกายไม่มีความจำเป็นต้องใช้อยู่แล้วครับ สีผสมอาหารจากธรรมชาติ เช่น จากใบเตย มันก็มีอยู่เยอะแล้ว กินน้ำใบเตยดีกว่าหอมชื่นใจกว่าเยอะ แต่น้ำตาลเยอะนะเออ...

#24 ใช้งานChemsketch ติดขัดตรงไหนสอบถามได้ครับ

#25 ทานอาหารครบ5หมู่ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังบ้าง ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเครียดครับ.. ร่างกายก็สมบูรณ์แข็งแรงแล้วจ๊ะ

#29 By palermos on 2008-08-19 22:44

นักขายกระเจิงล่ะงานนี้

#30 By ย้าย on 2008-08-20 01:31

โห อันนี้มาแบบแน่นละเอียดดีจังเลยครับ ^^

ก็อย่างว่าละครับ ข้อมูลที่ เขาว่ากันว่า เนี่ย มันต้องพิสูจน์ต่อซะส่วนใหญ่ ทางการค้านี่ ว่ากันว่า ซะจนผมรู้สึกฮามากกว่าครับ

เคยเห็นไหมครับ โฆษณา วิตามินดี พบมากในแสงแดด...

#31 By on 2008-08-20 13:58

เอิ่ม.. จบสายศิลป์มาแฮะ..

sad smile เห็นตาข่ายนั่นแล้วจะเป็นลม.. confused smile

ข้อมูลแน่นมากๆเลยค่ะ เป็นประโยชน์อย่างแรง

#32 By ongki on 2008-08-20 15:21

ที่ทำงานก็กินกัน
ไม่แน่ใจว่าอันเดียวกันรึปล่าวsad smile
ปล. avatar คุณ palermos มองไกลๆเหมือนข้าวปั้นนะคะ double wink

น่ารักดีนะเนี่ย confused smile

#34 By ongki on 2008-08-20 15:27

big smile

#35 By chichi on 2008-08-20 21:11

บางที คนเรา

คงอยากจะสังเคราะห์แสงบ้าง

จะได้ไม่ดำ แต่จะเขียวแทน

ฮ่าๆ

#36 By hazuki (118.174.186.220) on 2008-11-29 15:28

ของบางอย่างไม่สัมผัสก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง อย่าเชื่อเพราะเขาเปงครู อย่าเชื่อเพราะอ่านในตำรา อย่าเชื่อเพราะเขาเล่าให้ฟัง จงเชื่อในสิ่งที่เห็นและได้ทดสอบด้วยตนเองนะทุกคน

#37 By ko (125.26.232.222) on 2009-01-09 21:38

เคยเห็นผู้ป่วยที่ทานคลอโรฟิลล์แล้วมีอาการดีขึ้นมั๊ย ผมเรียนภาคปฏิบัติไม่ใช่ทฤษฎี พร้อมมีตัวอย่างคนที่ทานแล้วดีขึ้นเป็นร้อยๆคนพาไปดูได้ .

#38 By ric (125.26.232.222) on 2009-01-09 21:51

#37 กับ #38 IP เดียวกัน

กรุณาอย่ามาขายของในบล็อกของผมนะครับ

#39 By palermos on 2009-01-10 16:37

เยี่ยม

#40 By จุ๊ (58.9.120.129) on 2009-05-21 20:50

ขอบคุณกับความรู้ดีๆครับ

กำลังจะซื้อกินอยู่พอดี -_-''

#41 By คนที่เดินผ่าน (161.200.255.162) on 2009-06-13 15:37

โอ้พระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก

เจ้าเฮ็ดมาจากไหน

ข้อมูลแน่นปึกsad smile

#42 By มะรู้ไรเลย (58.181.170.68) on 2009-06-26 12:08

ตามไปอ่าน

#43 By preor (124.122.110.107) on 2009-07-04 20:56

สรุป ทานแล้วเป็นอันตรายมั้ยค่ะ

อีกอย่างผงคลอโรฟิลล์มันคล้ายๆผงเหล็กเลย

รู้สึกว่ามันมีไฟฟ้าสถิตย์ยังไงยังงั้น

แล้วทำไมยังขายได้กันทั่วไป ถ้าไม่มีประโยชน์แถมโทษตามมา

#44 By ความรู้น้อย (114.128.221.80) on 2009-07-30 16:40

ผมไม่รู้หรอกว่า มันจริงไม่จริง แต่คนที่บอกว่าเราไม่ได้สังเคาระห์แสงอ่ะ ผมเห็นด้วยนะ แต่เราไม่ได้ต้องการคอโรฟิล ไปลำเลื่องอาหารเหมือนพืชไม่ใข่หรอ? แล้วคราวนี้กินอะไรดีอ่ะครับ ต้องกินโปรตีน ราคา 1000 กว่าๆ หรือ วิตามินซี 500 กว่าบาทหรือเปล่า หรือผู้เขียนทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรก็ช่วยบอกทีนะ จะได้อุดหนุน

#45 By คนไม่รู้ (58.8.167.123) on 2009-09-11 11:25