• ใช้ไฟร์ฟอกซ์กันเถอะ
  • คำแนะนำ24ข้อที่บล็อกเกอร์ควรรู้

ผมหายหน้าหายตาไปนานจากการเขียนบล็อก และการตอบกระทู้ในพันทิป เพราะงานที่ทำในปัจจุบันนี้เยอะมาก ถึงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานสอนเด็กมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรี หรืองานนอกที่ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือจากทางสถาบัน ซึ่งความยากลำบากนั้นแตกต่างกัน อย่างกับงานนอกนั้น สิ่งที่ผู้ว่าจ้างเรามาต้องการก็คือ กดปุ่มปุ๊บใ้ช้งานได้ทันที  (พิมพ์ๆไปจะบ้าตาย คีย์บอร์ดผมแข็งมากๆ) และต้องใช้งานได้ตราบชั่วนิรันดร์(ผมประชด) ส่วนงานภารกิจการสอนนั้น อยากบอกว่าเด็กๆมหาวิทยาลัยสมัยนี้...เปรี้ยว มีอะไรมาให้อ่านกันครับ เท่าที่เคยเจอมานะ กับงานสอนช่วงที่ผ่านมา

 

ผมเคยจับทุจริตการสอบในแบบไฮเทค

เมื่อช่วงสอบกลางภาคเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี่แหละครับ ผมเข้าไปคุมสอบในวิชาของเด็กปี1 คณะอื่น ที่ผมไม่ได้สอน ไม่ได้รู้จักกับเด็กในห้องสอบนั้นเลย หลังจากแจกข้อสอบไปได้10นาที ผมก็นั่งอยู่หน้าห้อง เล่น MSN ไปด้วยคุมสอบไปด้วย ก็ไปสะดุดตากับนิสิตหญิงคนหนึ่ง เธอจับหูของเธอบ่อยครั้ง ปากก็ขมุบขมิบ ผมของนิสิตคนนี้ยาวครับ ผมก็เลยแอบจับตามองสักครู่ เลยเข้าใจว่าเธอกำลังทำทุจริตอยู่ ดังนั้นผมก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วเชิญนิสิตหญิงคนนี้ไปคุยกันหน้าห้องสอบ เธอหน้าซีดเลย แล้วผมก็บอกว่าให้หยดการทุจริตการสอบเสีย ตอนแรกนิสิตหญิงคนนี้ก็ไม่ยอมรับว่าทุจริต ทีนี้ผมก็เลยให้เธอแหวกเส้นผมที่หูข้างขวาขึ้น ก็ปรากฏว่า เธอเหน็บบลูทูธไว้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้โทรคุยกับคนนอกซึ่งก็ไม่รู้ว่าใคร พอถึงตอนนี้เธอบอกว่าอาจารย์อย่าทำอะไรหนูเลยค่ะ  

ผมก็เลยยึดบลูทููธของเธอ แล้วก็ให้เธอกลับไปสอบต่อ...

 

รายงาน ...ตัดแปะมาจากเว็บ

มันเป็นเทรนด์นิยมของนิสิตสมัยนี้โดยแท้เลยครับ เวลาที่เราสั่งงาน ให้นิสิตทำรายงานมาส่ง พวกนี้ก็จะเข้าเว็บกูเกิ้ลแล้วก็ใส่คำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่สั่งงานไป อันนี้ดีที่นิสิตรู้จักการสืบค้น แต่มันไม่ดีตรงที่ไม่ได้ใ้ช้สมองในการวิเคราะห์ อ่าน สรุปความ ในส่วนของเนื้อหา ก็เล่น Ctrl+C แล้วก็ Ctrl+V ลงใน Word เลย อ่านกันบ้างก็ดีนะ บางช่วงบางตอนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย เอาเยอะเข้าว่า บางเล่มบางกลุ่ม จับไม่ยาก เพราะไปตัดเนื้อหามาจากเว็บที่ผมเขียนไว้ทั้งดุ้น ทำไมผมจะจำไม่ได้

บางกลุ่มเล่มหนามาก 50-60หน้า ผมอ่านไปได้10หน้า ผมก็โยนทิ้งละ เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลย ต้องเรียกมาให้ทำใหม่ ส่วนรายงานผลการทดลองก็ใ้ช้เทคนิคเดิมๆ เหมือนสมัย10ปีที่ผ่านมาก็คือ ใช้การเปลี่ยนฟอนต์ จัดวางตำแหน่งรูป เคาะนั่นเคาะนี่ ...เฮ้อ  มันเชยมากนะน้องเอ้ยย

 

นิสิตหญิงสมัยนี้ยิ่งเรียนสูง ยิ่งจน

เวลาที่เข้าสอนเด็กปี1นะครับ นิสิตหญิงส่วนใหญ่จะแต่งตัวเรียบร้อยมิดชิด ใส่เสื้อป้าก็ดูน่ารักดี แต่ถ้าไปสอนปี3ขึ้นไป บรรดานิสิตหญิงทั้งขาใหญ่ และขาสวยก็จะนิยมนุ่งสั้น สอบถามแล้วเขาว่า "ไม่สั้นหนูไม่มั่นใจ..." ยิ่งหนาวยิ่งสั้นยังใช้ได้ครับ กระโปรงก็แคบ สั้น ผ่าด้วย... เสื้อก็เบอร์s จะว่ายิ่งเรียนยิ่งจน หรือ ปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจดีล่ะ

 

ภาษาวิบัติมันลามมาถึงข้อสอบอัตนัย

ข้อสอบอัตนัยเป็นลักษณะข้อสอบที่ออกง่าย แต่ตรวจยาก ผมเองก็เป็นคนที่ไม่ชอบประเภทเขียนมาน้ำท่วมทุ่ง แต่ไม่มีสาระอันใด ดังนั้นสำหรับผมจึงไม่มีคะแนนค่าน้ำหมึก คนที่เขียนมากระชับได้ใจความ ผมก็ให้คะแนนแล้ว วาดรูปด้วยก็แถมให้น่ะ คือการเขียนอะไรนอกเรื่องเยิ่นเย้อมันเสียเวลา และสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ แต่ที่ผมหักจุดละคะแนนคือการใช้ภาษาวิบัติ จะว่าสะกดผิดมานก็มะช่ายอะนาาา

ผมไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้พื้นฐานการใช้ภาษาไทยมันแย่กว่าเดิมหรือเปล่า กับการประสมคำให้มันถูกต้อง หลายคนทำไม่ได้ การสะกดคำของเด็กสมัยนี้ ก็ไม่เหมือนสมัยที่ผมเรียนภาษาไทยตำรามานะ มานี ภาษาไทยภาษาประจำชาติ เราควรจะใช้งานให้ถูกต้องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบนเว็บบอร์ดสาธารณะ การคุยผ่านระบบแชท ก็ตาม ที่ผมเจอบ่อยๆที่นิสิตตั้งใจเขียนผิดคือ คำว่า

เป็น > เปง

คือ > ครือ

ศัพท์่ง่ายๆ สะกดไม่ถูก ผมไม่อาวววคราฟฟ

 

กรณีศึกษา จานๆๆๆ อย่าโหดดิ กับ จานค่ะ จานขา

เรียกเต็มๆไปเลยว่า อาจารย์จะดีกว่าไหม หรือเรียกพี่ก็ได้ บางคนก็ไม่มีหางเสียงนะ เรียกเราที นึกว่าจะมาต่อยผม ทั้งๆที่ผมสอนออกจะฮา ปล่อยพักเบรคออกจะบ่อย เวลาสั่งงานก็ให้เวลาทำเป็นอาทิตย์... (แต่เราก็รู้นะว่างานที่ส่งๆกันนะร้อนๆทั้งนั้น ทำคืนก่อนส่งทั้งสิ้น)

กับการวางตัวกับนิสิตหญิง และนิสิตกระเทยด้วย เราก็ต้องมีการเซฟเหมือนกันครับ คือ ผมกลัวเขามาทำอะไรผมอ้ะนะ ดังนั้นอาจารย์ส่วนใหญ่สมัยนี้จะไม่ให้พบในที่ลับแบบหนึ่งต่อหนึ่งเลย โดยจะให้มีคนเ้ข้ามาเป็นพยานด้วยนั่นแหละ กลัวจะโดนใส่ร้าย เพราะที่ผ่านมามันเคยเกิดเหตุกลั่นแกล้งอาจารย์ขึ้น

 

เอาไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เรื่องเผานิสิตยังมีอีกเยอะ...วันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน นานๆจะมีอารมณ์เขียนบล็อกที

 

Comment

Comment:

Tweet

รู้รักษาตัวรอด

#110 By เพลงใหม่ (58.9.116.144) on 2011-03-22 21:44

เป็นเรื่องของวัยรุ่น
ที่ต้องทำใจจริงๆค่ะ

แต่ที่ดีดี ทำตัวน่ารัก
ก็พอมีเยอะไม่ใช่หรือค่ะ

สบายใจเถอะน๋า...
เจ้าๆ...กันไป

#109 By pamskinchang (222.123.191.93) on 2010-08-30 11:27

เห็นด้วยอย่างแรง และแรงมากครับ big smile Hot! Hot! Hot!

#108 By krooruj on 2010-02-23 12:27

เพิ่งรู้ว่าหลงเข้ามาในบล็อกของอาจารย์ทั้งนั้นเลย
แหะๆ....
อาจารย์...บางทีเวลาส่วนตัวของเขาก็รีแล็กซ์กว่าที่เราคิดแฮะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์

#107 By mohmo (124.121.239.82) on 2009-12-20 04:59

ไม่ชอบจริงๆ เลย ภาษาวิบัติ ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ รณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องกันนะครับbig smile big smile

#106 By IOXTREAM* on 2009-05-29 07:26

โห กล้าใช้บลูทูธเลยเหรอคะเนี่ย
หนูไม่กล้าทุจริตเลยอ่ะค่ะ
แต่กล้าท้าเอฟแบบสุจริต แฮ่ sad smile
ซึ่งสุดท้ายอาจารย์ก็ไม่ได้ให้เอฟอยู่ดี
เพราะกลัวเด็กโดดตึก... รึเปล่าน้า?? open-mounthed smile
สนุกจังเลยครับHot!

#104 By pbmath on 2009-03-11 10:08

เป็นแต่นักศึกษา
เพิ่งเข้าใจหัวอกอาจารย์ก็คราวนี้แหละค่า

ว่าแต่ว่า ใช้บลูทูธในห้องสอบนี่
ช่างกล้าจริงๆนะเนี่ย sad smile

#103 By SONIC on 2009-03-07 10:51

ยิ่งอ่านยิ่งมันส์มาอัพอีกนะรับconfused smile

#102 By nonworld on 2009-02-23 12:37

พี่โอ๋สอนที่เดิมอะป่าวนิbig smile

#101 By HyAnG-Ki on 2009-02-18 04:00

ชีวิตมหาลัย น่าตื่นเต้นจังคะ แอบเครียด กำลังจะขึ้นมหาลัยแล้ว เพิ่งรู้ว่ามันมีแบบนี้ด้วย

แล้วเอามาเขียนใหม่นะคะ

#100 By RabbitSka on 2009-01-26 19:07

เป็นมา จะ สี่ปีเเล้วค่ะ...

เเต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวรับมืออีกมากมาย

เหนื่อยใจจริงๆ

#99 By KusaYoshi on 2009-01-19 10:30

เรื่องภาษาวิบัตินี่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแค่เขียนให้มันถูกต้องมันยากเย็นนักหรือไง เราแอบรู้สึกว่าภาษาแชตภาษาวิบัติพวกนี้เขียนยากกว่าให้เราเขียนให้ถูกต้องจริงๆซะอีก sad smile

บางทีก็แอบคิดว่าเป็นเพราะอาจารย์ประถม-มัธยมสมัยนี้เค้าไม่เข้มงวดเท่ากับเมื่อก่อนหรือเปล่า ถึงได้มีเด็กเขียนถูกๆผิดๆ จงใจให้ผิดแบบนี้เยอะมาก (เอาจริงๆพ่อแม่นี่ก็มีส่วนมากเลยนะ เพราะถ้าพ่อแม่สนับสนุนให้อ่านหนังสือเยอะกว่านี้สักนิด มันไม่มีทางเลยที่เด็กจะเลือกใช้ภาษาได้วิบัติแบบนี้)

เป็นอาจารย์ลำบากจริงแหละค่ะ แต่ถ้าไม่มีใครเป็นอาจารย์ สังคมก็แย่เหมือนกัน โดยเฉพาะสมัยนี้อาจารย์ที่สอนดีๆเข้าใจเด็กหายากเหลือเกิน... (แต่ก็ว่าไม่ได้จริงๆ บางทีเด็กมันไม่เห็นหัวอาจารย์ -_-; )

#98 By duckieblinkie*___ on 2009-01-17 11:22

สนุกจังค่ะ..
มาเล่าอีกนะคะ

ว่าแต่ สมัยนี้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้หรือนี่.. sad smile

#97 By PunPrai on 2009-01-17 10:21


มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมชาติ สามัญไปแล้ว
ทั้งเรื่องลอกข้อสอบ (เราก็ทำอะ =w=)
เรื่อง ภาษาวิบัติ (เกลียดจริง ๆ = =^)
เรื่อง รายงาน .. (แฮะ ๆ)

เป็นกำลังใจให้ค่ะ อาจารย์ : ))) confused smile

#96 By indeway on 2009-01-17 02:51

เกลียดภาษวิบัติเช่นกันค่าsad smile Hot! Hot!

#95 By Psycho Girl on 2009-01-17 02:26

มีคำว่า "ก้อ"ด้วยใช่มั้ยคะ
ฮาค่ะ

ยังไงปี1ก็ต้องเรีบยร้อยไว้ก่อน
ถ้าแรงตั้งแต่ปี1เดี๋ยวรุ่นพี่เพ่งเล็ง
555+

#93 By [[School of Management]] on 2009-01-17 00:31

สวัสดีคับ ขนาดผมเ ป็นนิสิตยังคิดแบบ พี่เลย(เรียกพี่ละกัน)

#92 By ADVENTURE on 2009-01-16 22:57

โอ้ สู้ๆๆค่ะ

#91 By (^_^)/nana on 2009-01-16 22:23

แต่ถ้าเรียก
ครูก็ดูขลัง
ผมชอบ
รู้สึกว่านิสิตหญิงจะปัญหาเยอะมากเลยนะค่ะ
ไม่พูดถึงผู้ชายเลย sad smile

#89 By Wu ! on 2009-01-16 20:13

เรื่องภาษาวิบัติเนี่ย เราเองก็เป็นนะ คำไหนที่ไม่ได้ใช้บ่ิอยๆก็เขียนไม่ได้ คือมันสะกดไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องใส่ -์ ที่ไหน หรือพวกตัว ศ ส ษ ตัว ฤ แม้กระทั่ง วรรณยุกต์เสียงบางทียังไม่มั่นใจเลยว่าต้องใส่ตัวอะไร
embarrassed embarrassed
ปล. พี่เป็นอาจารย์หรอเนี่ย เห็นkatชี่ บอกว่า เป็นรุ่นพี่ เหอๆๆconfused smile question

#88 By fenfang on 2009-01-16 19:10

สมัยนี้การทำอะไรให้
ดีๆ เข้าที่เข้าทาง ลงล๊อค ถูกกาลเทศะ
มันกลายเป็นความเชยในสายตาเด็กยุคหลังๆไปแล้วมั๊งครับ

ตัวอย่างง่ายๆเช่น สาวกระโปรงยาว รักนวลสงวนตัว แต่งตัวมิดชิดเรียบร้อย = เหล่าสาวเปรี้ยวนำแฟชั่นล้ำสมัยเค้าเห็นว่า "หัวโบราณ! เชยระเบิดค้าาาาาาาาา"

ชัวร์ครับ ฟันธง!

#87 By zpolice on 2009-01-16 18:57

ม.เอกชน นศ.ตะบันคุยกันไม่เป็นอันสอน
คนที่ตั้งใจเรียนก็โมโหโคตรๆ เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง เบื่ออ่ะ แต่อยากจบเร็วๆเลยต้องทนต่อไปsad smile

#86 By orli on 2009-01-16 17:26

คุณมีปัญหาเรื่อง สัดส่วน รูปร่าง หรือ

ภูมิแพ้ / หอบหืดซิส / เนื้องอก / มะเร็ง/ปวดหัว/
ปัญหาการนอ นหลับ /ผิวพรรณ /ริ้วรอย
ระ บบเผาผลาญ โรคกระเพาะ/ผมหงอก/ไทรอยด์
ผมบาง/ผมร่วง/เบาหวา น/ควา มฺดัน/คลอเรสเตอรอล
คืนความเป็นหนุ่มสาวเยาว์วัยทั้งสุขภาพและร่างกาย
ฟื้นฟูผิวพรรณเต่งตึงสวยกระจ่างสดใส


http://short.LA/8unu

#85 By (58.8.177.235) on 2009-01-16 17:06

เป็นอาจารย์มันยากและลำบากกันจริง ๆ นะครับ
อย่างอาจารย์ผมก็เคยถึงขั้นต้องสบถ Shit
ออกมาให้ทั้งคลาสได้ยิน เพราะคุยเสียงดัง

เด็กสมัยนี้เซลฟ์มากไปหรือเปล่าเนี่ย?

big smile big smile big smile Hot!

#84 By h|b|b on 2009-01-16 13:42

โห ขนาดเขียนตอบในข้อสอบ
ยังใช้ภาษาแบบนี้
5555555 นึกว่าจะใช้เฉพาะ เวลา chat

#83 By C-C on 2009-01-16 13:32

ตายละรู้ทันหมดเลย หุหุHot!

#82 By ~[P]ep[P]er[M]in[T]~ on 2009-01-16 13:24

โดนแค่ข้อเดียว

รายงานตัดแปะมาจากเวบ

ฮา . .

#81 By interviewz on 2009-01-16 12:07

รู้สึกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหล่าคณาจารย์บ่นแบบตรงกันมากๆๆๆ sad smile

#80 By nora on 2009-01-16 11:59

รายงานตัดแปะจากเว็บนี่เหมือนจะกลายเป็นขนบธรรมเนียม ... หรือวัฒนธรรมของเด็กมหาวิทยาลัย(เมืองไทยเท่านั้นรึป่าว)ไปแล้วนะ big smile

แต่อย่างเดียวที่เราจะชอบ ถ้าเกิดว่าเป็นเราที่ต้องไปสอนเด็กมหาวิทยาลัย ก็คงเพราะ "เด็ก" นี่แหละ ฮ่าๆ

รออ่านต่อ อีกนานแค่ไหนนิ sad smile sad smile

#79 By Am: Pimpon on 2009-01-16 11:28

เหอ เหอ ซะงั้น

#78 By Jota comic D on 2009-01-16 10:45

คิดเหมือนกันเรื่องการใช้ภาษาไทยของเด็กสมัยนี้นะคะ ตัวเองไม่ใช่คนภาษาไทยดีอะไร แต่ก็ไม่ได้เขียนผิดเยอะมาก แต่เด็กสมัยนี้เหมือนเป็นการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก น้องที่บ้านคุย MSN กับเพื่อนก็เขียนคุยกัน บางทีแอบคิดว่าเด็กสมัยนี้ Absurd เนอะ นอกจากจะคุยกันคนละเรื่องแล้วรู้เรื่อง แม้แต่ภาษาไทยที่ใช้ยังมีความถูกต้องน้อยนิดจริงๆ

#77 By *~iLlKiD~* on 2009-01-16 10:39

โหย....จาน

โดนใจอ่ะquestion

ลึกซึ้งมากค่ะconfused smile

#76 By คุณบิ๋ม on 2009-01-16 09:33

คณะที่ผมเรียน ในรุ่นของผมยังไม่ค่อยจะมีปัญหาอย่างที่บอกสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกฎระเบียบนั้นรักษากันอย่างถวายหัวทีเดียว เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ได้งกจนเกินพอดี แต่เด็กรุ่นใหม่ๆ มานี่ชักจะเป็นเอามากอยู่เหมือนกัน ต่อต้านกันซึ่งๆ หน้า จะเป็นเพราะค่านิยมยุคใหม่หรืออย่างไรไม่ทราบเหมือนกัน

เคยอ่านคำตอบอัตนัยของเด็กๆ แล้ว มึนไปพักใหญ่ เพราะนอกจากจะมีภาษาเพี้ยนๆ ปนแล้ว การเรียนเรียงยังไม่ได้เรื่องเสียอีก จนเมื่อผมได้มีโอกาสเขียนคำแนะนำการเรียนวิชาหนึ่ง ต้องเน้นย้ำวิธีการเขียนตอบอัตนัยเอาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นก็เขียนกันไปเป็น

เฮ้อ...เศร้าใจ

#75 By รัตนาดิศร on 2009-01-16 09:24

เฮ่อ อ่านแล้วต้องปาดเหงื่อเลยนะคะ ไม่แย้งสักคำค่ะ เชื่อว่ามีจริงแน่นอน sad smile ที่อ่านมามีเคืองจี๊ดๆ 2 ข้อ ข้อแรกคือการตัดแปะรายงาน อีกอันก็ภาษาวิบัติค่ะ รับไม่ได้จริงๆ

เมื่อคิดถึงว่าอนาคตตัวเองอาจไปเป็นอาจารย์ ก็คงจะเตรียมเหนื่อยล่วงหน้าเลยนะเนี่ย open-mounthed smile

#74 By ฟูจัง~* on 2009-01-16 08:50

ตบมันเลยค่ะ..55พูดเล่นนะคะ

หนูก็เป็นนิสิตหญิงคนหนึ่งเหมือนกัน แต่การกระทำแบบที่อ.ว่า มันเกินไปจริงๆ

อ.สู้ต่อไปนะคะ.....เน้น...ตบมันเร้ยยยย

#73 By kkl on 2009-01-16 07:58

ภาษาวิบัติลามมายังข้อสอบนี่ก็...sad smile
สู้ๆ เรื่องงานนะคะ

#72 By Öam on 2009-01-16 06:53

เป็นอาจารย์ก็ลำบาก เป็นนักเรียนก็ลำบาก

แตกต่างกันไป เฮ้อออ

แต่อันนี้เห็นด้วย นุ่งสั้นเนี่ย เพื่ออะไร?

เด็กสมัยนี้ แทบจะเหยียบหัวผู้ใหญ่ รุ่นพี่กันอยู่แล้ว

รับไม่ได้ -*-

#71 By ❤ DonGKiI ❤ on 2009-01-16 04:59

อ่า จะจำใส่ใจไว้ครับ ทำตัวไม่ดีกับอาจารย์ไว้เยอะเหมือนกันsad smile

#70 By คาโตเน่ on 2009-01-16 03:04

ในฐานะนิสิตคนหนึ่ง...

"ครู"เจอนิสิตที่แย่จริงๆค่ะ

จากประสบการณ์จากเพื่อนรอบตัว...

ยังเหนื่อยใจแทนเลย...

(แล้วพวกนั้นก็ล้อว่าหนูเป็นป้าแก่...เหอๆ)

#69 By renile on 2009-01-16 02:18

อย่า่เหมารวม

#68 By book on 2009-01-16 02:11

ภาษาวิบัติลามไปถึงข้อสอบแล้วเหรอครับนี่ sad smile

#67 By SkyKiD on 2009-01-16 01:10

ตลกแต่ำอ้ไปก๊อปงานของครูมาส่งครูนี่แหละค่ะ
ตกลงได้บอกใ้เค้ารู้รึปล่าวคะว่าเขียนเอง

ปล.แอบเซ็งวิบัติเหมือนกัน
ว่าจะเขียนซัดเอ็นทรีมาระบายกับเรื่องนี้นี่แหละค่ะ

#66 By MilkBottlePink on 2009-01-16 00:56

ภาษาวิบัติเนี่ย มัธยมก็มีเยอะนะคะในงานที่ต้องเขียนเนี่ย
(เคยช่วยอาจารย์ตรวจอยู่)
แต่ส่วนใหญ่ จะใช้เพราะเผลอจากความเคยชินมากกว่า จงใจใช้เนี่ยไม่ค่อยจะมี



sad smile
เด็กเล่นเกมส์เยอะ

#64 By เอกน้อย on 2009-01-15 23:32

อื้อ คนส่วนใหญ่เป็นงี้แหละค่ะอาจารย์
แต่เราดีใจที่เราไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น ฮาาา
แต่คนรอบข้างส่วนใหญ่เป็นกันหมด
สอบไฟนอลเทอมที่แล้ว โดนอาจารย์จับได้ว่ามีคนโกงสอบ (เราไม่ได้โกงนะ เหอๆ)
ใจสั่นหวั่นไหวเลย ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าทุจริตสอบแม้กระทั่งไฟนอล
เสียดายที่อุตส่าห์เข้ามาเรียนในคณะนี้ มหาวิทยาลัยนี้ได้ แต่ทำตัว... น่าผิดหวัง angry smile

#63 By MiiNgOk on 2009-01-15 23:12

...บางกลุ่มเล่มหนามาก 50-60หน้า ผมอ่านไปได้10หน้า ผมก็โยนทิ้งละ เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลย ต้องเรียกมาให้ทำใหม่ ส่วนรายงานผลการทดลองก็ใ้ช้เทคนิคเดิมๆ เหมือนสมัย10ปีที่ผ่านมาก็คือ ใช้การเปลี่ยนฟอนต์ จัดวางตำแหน่งรูป เคาะนั่นเคาะนี่ ...เฮ้อ มันเชยมากนะน้องเอ้ยย

big smile ยังเหมือน10 ปีก่อนเปี๊ยบ ๕๕+

#62 By ♥ ช้างต้น on 2009-01-15 22:53

เดี๋ยวนี้เพื่อนๆ พากันพูด ไม่ต้องเรียนเอาความรู้หรอก ไปสอบมิดเอาคะแนนก็จบได้แล้ว
สงสัยจบแล้วมันคงไม่หางาน หา...แต่งนั่งเชิดหน้าอยู่บ้านแน่เลยsad smile

#61 By [loveX] on 2009-01-15 22:47